คัดลอก URL แล้ว
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งปิดห้างภูเก็ต  12-18 ก.ย. ยกระดับคุมโควิด

ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งปิดห้างภูเก็ต 12-18 ก.ย. ยกระดับคุมโควิด

วันที่ 11 กันยายน นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ได้ลงไปตรวจคัดกรองพนักงานของห้างซุปเปอร์ชีป สาขาใหญ่ เลขที่ 46/30ถนนเทพกระษัตรี ตำบลรัษฎา อำเกอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อในแผนกโกดัง และแผนกขายซึ่งมีทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าว เพื่อการป้องกันการแพร่ระบาดและควบคุมสถานการณ์การระบาดให้อยู่ในวงจำกัด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 54/2564 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564 จึงลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ณ วันที่ 11 กันยายน 2564 คำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 5408/2564 เรื่อง มาตรการปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

สาระสำคัญ ดังนี้

ข้อ 1. ให้ปิดห้างซุปเปอร์ชีป สาขาใหญ่ เลขที่ 46/30 ถนนเทพกระษัตรี ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ทุกส่วน โดยห้ามมิให้มีการเปิดดำเนินกิจการทุกอย่าง เพื่อทำความสะอาดสถานที่และทุกส่วนของห้าง เป็นการชั่วคราว

ข้อ 2. ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต อำเภอเมืองภูเก็ต สำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ต ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ตำรวจภูธรในพื้นที่ ตรวจสอบช้อมูลพนักงานคนไทยและแรงงานต่างด้าวทุกคนและร่วมกันตรวจหาเชื้อโควิด – 19 เชิงรุก ในกลุ่มพนักงานโดยวิธีการ ATK (Antigen Test Kit’ โดยให้ผู้ประกอบการ/นายจ้าง สนับสนุนชุดตรวจ ATK และสั่งให้ผู้ที่ผลตรวจเป็นบวกหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรค หยุดการประกอบอาชีพ
เป็นการชั่วคราว และเข้ารับการแยกกัก กักกัน หรือรักษาในสถานที่ที่ทางราชการกำหนด

ข้อ 3. แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในสถานที่เดียวกันหรือพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ที่มีผลการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 เป็นลบ แยกกักในแคมป์ที่พัก และดำเนินการตามแนวทางควบคุมโรคในพื้นที่ควบคุมเฉพาะ (Bubble And Seal โดยให้นายจ้างหรือผู้จัดการดูแลแคมป์ (Camp Manager) รับผิดชอบอาหารการกินและเครื่องอุปโภคบริโภค
ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพภายในแคมป์ และจัดพนักงานรักษาความปลอดภัยที่พัก โดยอยู่ในความดูแลของเจ้าพนักงาน
ควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ และถือปฏิบัติตามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 4977/2564 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2564โดยเคร่งครัด

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 51ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับแห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2564 ถึงวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564


ข่าวที่เกี่ยวข้อง