คัดลอก URL แล้ว
สรุปผล ฟุตบอลโลก 2022 กลุ่มซี, กลุ่มดี ประจำวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565

สรุปผล ฟุตบอลโลก 2022 กลุ่มซี, กลุ่มดี ประจำวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565

KEY :

ออสเตรเลีย หักด่านเดนมาร์ก เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก2022

การแข่งขันฟุตบอลโลก2022 กลุ่มดี กลุ่มดีระหว่าง ออสเตรเลีย พบ เดนมาร์ก เริ่มทำการแข่งขัน 22.00 น. เกมนี้ เดนมาร์กหากอยากจะเข้ารอบ ต้องพยามเอาชนะออสเตรเลียให้ได้ ส่วนทางออสเตรเลีย แค่เสมอก็อาจจะไม่พอที่จะเข้ารอบ 16 ทีมต่อไปหากตูนิเซียเกิดเอาชนะทางฝรั่งเศสได้ 

🏃ครึ่งแรก

⚽️โอกาสแรกเป็นของออสเตรเลีย ที่บุกขึ้นไปถึงในกรอบเขตโทษได้ยิง แต่ก็ถูกบล็อกออกมาได้

⚽️นาที 11 เดนมาร์ก ได้ยิงจาก มาติอาส เยนเซ่น ได้ยิง แต่ถูก แมทธิว ไรอัน ผู้รักษาประตูออสเตรเลีย ปัดออกไปได้ 

⚽️35 นาทีผ่าน เดนมาร์กครองบอลได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทำเกมบุกเข้าใส่ทางออสเตรเลียได้อยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังถูกสกัดเอาไว้ได้ 

หมดเวลาครึ่งแรก ออสเตรเลีย กับเดนมาร์ก ยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกัน  0 – 0 

🏃ครึ่งหลัง

⚽️เปิดเกมมากลับกันเป็นทางฝั่งออสเตรเลีย ที่บุกกลับมาทางเดนมาร์กบ้าง แต่จังหวะสุดท้ายนี้ไม่มีความแน่นอน โดยเดนมาร์กก็รอสวนกลับเร็วเหมือนกัน 

⚽️Goal!นาที 60 ออสเตรเลีย แผลงฤทธิ์ ได้สวนกลับเร็วจากจังหวะตัดบอลได้จากหน้ากรอบเขตโทษของเดนมาร์ก แมทธิว เล็คกี ได้ใส่ด้วยซ้ายบอลผ่านมือแคสเปอร์ ชไมเคิล เสียบเสาเข้าไป ออสเตรเลีย ขึ้นนำ เดนมาร์ก 1 – 0

หลังเสียประตูเกมของทางเดนมาร์กดูจะตื้อลงไปเยอะ เป็นโอกาสของออสเตรเลียที่ได้พาบอลบุกขึ้นไปถึงหน้าเขตโทษอยู่หลายครั้ง หมดเวลา ออสเตรเลีย เอาชนะ เดนมาร์ก ไปได้ 1 – 0 ทำให้ออสเตรเลียผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับสองของกลุ่มดี มี 6 คะแนน 

ตารางคะแนน ฟุตบอลโลก 2022 กลุ่ม D

ทีมนัดชนะเสมอแพ้ลูกได้เสียคะแนน
✅️ฝรั่งเศส320136
✅️ออสเตรเลีย3201-16
3.ตูนิเซีย311104
4.เดนมาร์ก3012-21

ทำดีที่สุดแล้ว! ตูนิเซีย ชนะฝรั่งเศส แต่ไม่เข้ารอบต่อไป ศึก ฟุตบอลโลก2022

การแข่งขันฟุตบอลโลก2022 กลุ่มดี ระหว่าง ตูนิเซีย พบ ฝรั่งเศส เริ่มทำการแข่งขันเวลา 22.00 น. โดยเกมนี้ ตูนิเซีย ไม่มีทางเลือก ต้องเอาชนะฝรั่งเศสให้ได้ และลุ้นผลอีกคู่ออกแค่เสมอ ส่วนทางฝรั่งเศสลอยลำเข้ารอบต่อไปแล้ว แต่ก็คงไม่อยากจะแพ้ในนัดส่งท้ายรอบแรกแน่นอน

🏃ครึ่งแรก

⚽️นาที 8 ตูนิเซีย ส่งบอลเข้าประตูไปได้ แต่ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกล้ำหน้า​​

⚽️เกินครึ่งทางของครี่งแรก การครองบอลพอๆกันทั้งสองทีม แต่เป็นทางตูนิเซีย ที่ขึงเกมรุกใส่ทางฝรั่งเศส แต่ในจังหวะสุดท้าย ยังไม่สามารถยิงผ่านกองหลังของทางฝรั่งเศสได้ 

⚽️นาที 42 บอลทะลุช่องของตูนิเซียเกือบเป็นผล เมื่อได้แทงบอลมาให้กับ วาห์บี คาซรี ได้เปิดจากด้านขวาของกรอบเขตโทษ แต่ก็ถูกเป่าเป็นลูกล้ำหน้าไปอีกครั้ง

หมดเวลาครึ่งแรก ตูนิเซีย ยังเสมอกับ ฝรั่งเศส 0 – 0 

🏃ครึ่งหลัง

⚽️เปิดเกมมาก็ยังเป็นตูนิเซีย ที่เดินหน้าบุกเข้าใส่ทางฝรั่งเศสเหมือนครึ่งเวลาแรก ถึงแม้เปอร์เซนต์การครองบอลของฝรั่งเศสจะเพิ่มขึ้น แต่ดูแล้วตัวสำรองที่เปลี่ยนมาเล่นแทนตัวจริงในเกมนี้ จะมีมาตรฐานต่างจากตัวหลักมากพอควร เพราะจนถึงตอนนี้ ฝรั่งเศสได้ยิงไปเพียงแค่ 2 ครั้ง และไม่เข้ากรอบเลย

⚽️Goal! นาที 58 ตูนีเซียได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ โฟฟาน่า ของฝรั่งเศสเสียบลอจากกลางสนาม วาห์บี คาซรี ได้จังหวะลากเข้าไปยิงเข้าไป ตูนิเซีย ขึ้นนำฝรั่งเศส 1 – 0

⚽️80 นาทีผ่าน หลังฝรั่งเศสเปลี่ยนตัวผู้เล่นเอาตัวจริงลงมา เกมทางฝรั่งเศสเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการขึงเกมรุกอยู่ทางฝั่งของตูนิเซียได้เรื่อยๆ แต่ก็ยังทำประตูตีเสมอไม่ได้ เพราะผู้เล่นของตูนิเซียลงไปรับในเขตโทษกันหมด 

ช่วงท้ายเกมฝรั่งเศสบุกเข้าใส่ตูนิเซียอย่างหนัก หวังจะทำประตูตีเสมอให้ได้ และก็มาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 90+8 จากจังหวะที่กองหลังของตูนิเซีย สกัดมาเข้าทางของกริซมัน กดด้วยขวาเข้าไป แต่ผู้ตัดสินเช็คจากภาพจาก VAR และไม่ให้ประตูเนื่องจาก กริซมัน ล้ำหน้าตั้งแต่จังหวะแรก จบเกม ตูนิเซีย เอาชนะ ฝรั่งเศส 1 – 0 ทำให้ฝรั่งเศสจบอันดับหนึ่งของกลุ่มดี มี 6 คะแนนเท่ากับเดนมาร์ก แต่ประตูได้เสียดีกว่า

ตารางคะแนน ฟุตบอลโลก 2022 กลุ่ม C

ทีมนัดชนะเสมอแพ้ลูกได้เสียคะแนน
✅️อาร์เจนตินา320136
✅️โปแลนด์311104
3.ซาอุฯ3111-14
4.เม็กซิโก3102-23

รัวครึ่งหลัง! อาร์เจนเอาชนะโปแลนด์ จบอันดับ 1 ลิ่ว 16 ทีม ฟุตบอลโลก2022

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 กลุ่มซี โปแลนด์ พบ อาร์เจนตินา เริ่มทำการแข่งขันเวลา 02.00 น. เกมนี้ โปแลนด์ แค่เสมอก็จะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายอย่างแน่นอน แต่ทางอาร์เจนตินา ต้องชนะเท่านั้น เพื่อต่ออายุในรอบต่อไป งานนี้ไม่ง่ายสำหรับทีมฟ้าขาว แต่ที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สามารถเอาตัวรอดมาได้ งานนี้วัดกันที่จังหวะเข้าทำ ใครคมกว่าก็มีสิทธิ์คว้าชัยชนะไปได้

🏃ครึ่งแรก

⚽️เริ่มเกมมา อาร์เจนตินาค่อยๆพาบอลขึ้นไปจนไปถึงกรอบเขตโทษของโปแลนด์ แต่เกมส่วนใหญ่ก็ยังคงมีการครองบอลอยู่กลางสนาม โดยทางอาร์เจนตินาพยายามถ่ายบอลไปทางด้านข้างเพื่อหาจังหวะเจาะเข้า โดยทางโปแลนด์ก็จะใช้จังหวะตัดบอลได้เล่นเกมสวนกลับ

⚽️นาที 12 เมสซี่ได้โอกาสยิงจากทางด้านซ้าย ลุค เชสนี่ นายทวารโปแลนด์ต้องออกแรงเซฟออกไป

⚽️34 นาทีผ่าน เป็นทางอาร์เจนตินา ที่ขึงเกมรุกใส่ทางฝั่งโปแลนด์อย่างเดียว ใช้ทั้งเปิดจากซ้าย และทางขวา แต่ก็ยังจบสกอร์ไม่ได้ เพราะแนวรับของทางโปแลนด์รับกันลึกโดยทิ้ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ไว้แดนหน้าคนเดียวเพื่อรอสวนกลับ

⚽️นาที 39 อาร์เจนตินา พลาดโอกาสขึ้นนำ จังหวะที่ได้จุดโทษ จากการเข้าไปทำฟาวล์ของเชสนี่ที่ขึ้นไปปัดบอลทีหลังเมสซี่ แต่เมสซี่สังหารจุดโทษไม่เข้า เพราะเชสนี่ล้มไปปัดบอลได้ถูกทาง

เวลาที่เหลือ อาร์เจนตินาจะขึงเกมรุกใส่ทางฝั่งโปแลนด์อยู่ฝ่ายเดียว แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะประตูได้ หมดครึ่งแรก โปแลนด์ เสมอ อาร์เจนตินา 0 – 0

🏃ครึ่งหลัง

Goal! นาที 47 อาร์เจนตินาได้ประตูจาก โมลีน่า ครอสบอลเข้ามา ให้ เอลเลียต มัก อัลลิสเตอร์ได้ยิงแบบเฉือนๆ แต่บอลทางดีไหลเข้าทางเสาไกล อาร์เจนตินา ขึ้นนำ โปแลนด์แล้ว 1 – 0

60 นาทีผ่าน ก็ยังคงเป็นทางฝั่งอาร์เจนตินาที่ครองบอลได้มากกว่า และยังเดินเกมรุกใส่โปแลนด์ อยู่เป็นระยะ 

Goal! นาที 67 ฆูเเลียน อัลบาเรซ ซัดด้วยขวาเต็มๆ บวกประตูให้อาร์เจนตินา นำ โปแลนด์ ห่าง 2 – 0

แม้ทางอาร์เจนตินาจะพยายามทำประตูเพิ่ม แต่ก็ทำไม่ได้ หมดเวลา โปแลนด์ พ่าย อาร์เจนตินา 0 – 2 ทำให้อาร์เจนตินา จบอันดับ 1 ของกลุ่มซี ส่วนโปแลนด์ เข้ารอบต่อไปด้วยอันดับ 2 ซึ่งมีแต้มเท่ากับเม็กซิโก แต่ผลต่างประตูได้เสียดีก่วา

สุดแสบ! ซาอุฯยิงครึ่งหลังลากเม็กซิโก ตกรอบด้วยกัน ศึก ฟุตบอลโลก2022 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 กลุ่มซี ซาอุดิอาระเบีย พบ เม็กซิโก เริ่มทำการแข่งขันเวลา 02.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง MONO29 เกมนี้ เม็กซิโก ต้องรุกเต็มตัว เพื่อชัยชนะเหนือซาอุดิอาระเบียให้ได้ ถึงแม้จะเป็นงานที่ยากกว่า เพราะทางซาอุดิอาระเบียเป็นต่ออยู่นิดหน่อย แต่ผลเสมอก็ใช่ว่าจะการันตีการเข้ารอบของซาอุฯได้ 

🏃ครึ่งแรก

⚽️เริ่มเกมมาได้เพียง 3 นาที เป็นทางเม็กซิโกได้ทักทายก่อนจากจังหวะหลุดเข้าไปยิง แต่ทางโมฮัมเหม็ด อัลโอวาอิส ผู้รักษาประตูของซาอุฯ เข้าไปบล๊อกไว้ได้ 

⚽️นาที 8 ซาอุฯได้บุกสวนกลับบ้างโดย โมฮัมเหม็ด คานโน ได้วอลเลย์ด้วยขวาแต่ไปโดนใต้ลูกบอลลอยเหินออกไปไม่ได้ลุ้น

⚽️นาที 27 เม็กซิโกได้ลุ้นอีกทีจากจังหวะทิ้งตัวโหม่งหน้าเส้นประตูจาก เออร์เบลิน ปิเนดา แต่ทางซาอุฯก็ช่วยกันบล็อกแล้วเคลียร์บอลออกไปได้

เม็กซิโก เดินหน้าบุกใส่ ซาอุดิอาระเบียอยู่ฝั่งเดียว แต่ในจังหวะสุดท้ายยังจบสกอร์ไม่ลง ช่วงท้ายทดเวลในซาอุฯอาศัยจังหวะสวนกลับเร็ว และเกือบจะทำประตูได้ หมดเวลา ซาอุดิอาระเบีย ยังเสมอกับ เม็กซิโก 0 – 0

🏃ครึ่งหลัง 

⚽️Goal! นาที 47 เม็กซิโกได้ประตูนำแล้วจาก เฮนรี่ มาร์ติน ของเม็กซิโก เช้าชาร์จแบบเหน่งๆ เม็กซิโก นำ ซาอุดิอาระเบีย 1 – 0

⚽️Goal! นาที 52 หลุยซ์ ชาเบซ ได้ยิงฟรีคิกสุดสวยบอลหายเข้าไปกองก้นตาข่าย เม็กซิโก นำห่าง ซาอุดิอาระเบีย 2 – 0

⚽️นาที 56 เม็กซิโกพลาดได้ประตูที่สาม เมื่อเออร์วิ่ง โลซาโน่ ยิงเข้าไปแต่ไม่ได้ประตู เนื่องจากเป็นตำแหน่งล้ำหน้า

⚽️Goal! นาที 90+5 อิหร่านตีไข่แตกได้จากจังหวะที่ ซาเลม อัลดอว์ซารี่ ซัดให้ซาอุดิอาระเบีย ตามหลังเม็กซิโก 1 – 2 และหมดเวลาไปด้วยสกอร์นี้ ทำให้เม็กซิโก ต้องตกรอบไปกับซาอุดิอาระเบีย เนื่องจากเม็กซิโกมีแต้มเท่ากับโปแลนด์ แต่ผลต่างประตูได้เสียน้อยกว่า