คัดลอก URL แล้ว
สรุปผลบอล ฟุตบอลโลก 2022 วันที่ 26 พฤศจิกายน 2565

สรุปผลบอล ฟุตบอลโลก 2022 วันที่ 26 พฤศจิกายน 2565

KEY :

ดุ๊ค โขกชัย! ออสซี่ เฉือนหวิว ตูนีเซีย 1-0

ศึกฟุตบอลโลก 2022 กลุ่ม ดี นัดที่ 2 ตูนิเซีย ลงสนามพบ ออสเตรเลีย

🏃‍♂️ครึ่งแรก

เป็นออสเตรเลียที่ครองบอลได้ดีกว่า และในนาที 23 ก็มาได้ประตูออกนำ 1-0 เมื่อ เคร็ก กู้ดวิน ครอสบอลไปแฉลบแนวรับตูนีเซีย ลูกมาเข้าหัว มิทเชลล์ ดุ้ค เล่นทางเสียบเสาไกลเข้าไป และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

🏃‍♂️กลับมาครึ่งหลัง

ตูนิเซีย พยายามบุกมากขึ้น แต่ยังหาจังหวะเข้าทำสวยๆไม่ได้

⚽️นาที 83 มงตาสซาร์ ตาลบี ได้ยิงเก็บตกหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลตรงตัวนายทวาร แม็ตต์ ไรอัน

⚽️นาที 88 ตัวสำรอง วาจ์ดี เคชริดา วิ่งไปรับบอลทางกราบขวาแล้วปาดมาให้ วาห์บรี คาซรี่ แปตามน้ำ 10 หลาตรงตัว ไรอัน อีกครั้ง

จากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ออสเตรเลีย ปิดเกมเอาชนะตูนีเซีย 1-0 เก็บสามแต้มแรก ไปลุ้นวัดเข้ารอบกับ เดนมาร์ก ส่วน ตูนิเซีย ดวลแชมป์เก่า ฝรั่งเศส ในนัดสุดท้าย

ตารางคะแนน ฟุตบอลโลก 2022 กลุ่ม D

ทีมนัดชนะเสมอแพ้ลูกได้เสียคะแนน
✅️ฝรั่งเศส320136
✅️ออสเตรเลีย3201-16
3.ตูนิเซีย311104
4.เดนมาร์ก3012-21

เลวานฉลองประตูแรกในบอลโลก พาโปแลนด์ ชนะ ซาอุฯ ฟุตบอลโลก2022

การแข่งขันนัดที่สองของกลุ่มดี เป็นการพบกันระหว่าง โปแลนด์ พบ ซาอุดิอาระเบีย เริ่มทำการแข่งขันเวลา 20.00 น.

เกมนี้หากซาอุดิอาระเบียเก็บชัยชนะได้อีกนัด สามารถการันตีเข้ารอบต่อไปได้อย่างแน่นอน 

🏃‍♂️ครึ่งแรก

⚽️ช่วงแรก เป็นทางซาอุดิอาระเบียที่ยังคงบุกเข้าหาทางโปแลนด์ได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด และมีโอกาศได้ยิงก่อนจากโมฮาเหม็ด คันโน่ แต่ยังติดเซฟของเชสนี่ นายทวารของโปแลนด์

⚽️เกมยังคงพลัดกันหาจังหวะเข้าทำกันระหว่างโปแลนด์ และซาอุดิอาระเบีย แต่ก็เป็นทางโปแลนด์ที่ได้เฮก่อน ในนาทีที่ 39 จากจังหวะยิงของปิโอเตอร์ ซิลินสกี้ ที่ได้กดเต็มข้อจากจังหวะการใส่พานมาให้ของ เลวานดอฟสกี้ โปแลนด์ ทยานออกนำ ซาอุดิอาระเบีย 1 – 0 

⚽️ช่วงทดเวลา ซาอุดิอาระเบียได้จุดโทษ จากจังหวะที่ คริสเตียน เบียลิค ไปเตะขาด้านหลังของผู้เล่นซาอุดิอาระเบีย ผู้ตัดสินไปเช็คอีกทีจาก VAR และเป่าให้จุดโทษกับซาอุฯ อัลดอซารี่ รับหน้าที่สังหาร แต่ยิงไปติดเซพของเชสนี่ แต่บอลก็ยังกระดอนไปเข้าทางของ อัลบูเรียคได้ยิง เชสนี่ก็ยังเซฟออกไปได้อีก ซาอุฯพลาดการตีเสมอไปอย่างน่าเสียดาย

และก็หมดเวลาครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ โปแลนด์ นำ ซาอุดิอาระเบีย 1 – 0

🏃‍♂️ครึ่งหลัง

⚽️เปิดครึ่งหลังมา ซาอุฯเริ่มเกมกดดันใส่ทางโปแลนด์ทันที แต่ก็ได้มาลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 55 เป็นอัลดอวซารี่ที่ได้ยิงเต็มๆ แต่เชสนี่ก็ยังเซฟออกไปได้ 

⚽️นาที 66 เลวานดอฟสกี้ เกือบทำประตูที่สองให้โปแลนด์ได้จากจังหวะที่ได้ยิงเหน่งๆ แต่บอลก็ยังไม่ชนเสากระดอนออกมา

⚽️ แต่แล้วโปแลนด์ก็ได้ประตูที่สองจนได้ จากจังหวะความผิดพลาดของอับดุลเล อัล มัลกี ที่จับบอลพลาด เลวานดอฟสกี้ เข้าไปฉกได้แล้วเข้าไปแปสวนอัลโอวาอิส ผู้รักษาประตูของซาอุฯ และเป็นประตูแรกของเลวานดอฟสกี้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกด้วย โปแลนด์ นำ ซาอุดิอาระเบีย 2 – 0

ช่วงเวลาที่เหลือแม้ซาอุฯจะพยายามเปิดเกมเข้าใส่ทางโปแลนด์เพื่อทวงประตูคืนแต่ก็ยังไม่สามารถทำได้ หมดเวลา โปแลนด์ เอาชนะ ซาอุดิอาระเบีย 2 – 0 

ตารางคะแนน ฟุตบอลโลก 2022 กลุ่ม C

ทีมนัดชนะเสมอแพ้ลูกได้เสียคะแนน
✅️อาร์เจนตินา320136
✅️โปแลนด์311104
3.ซาอุฯ3111-14
4.เม็กซิโก3102-23

เอ็มปัปเป้เหมาสอง พาตราไก่ตีตั๋วเข้ารอบสอง ศึก ฟุตบอลโลก2022

การแข่งขันนัดที่สองของกลุ่มดี ฝรั่งเศส พบ เดนมาร์ก เริ่มทำการแข่งขันเวลา 23.00 น. เกมนี้ฝรั่งเศสยังคงเต็มไปด้วยความวูบวาบในเกมรุก แต่ทางเดนมาร์กเองก็น่าจะอาศัยจังหวะสวนกลับเร็ว และหากหวังจะเอาชนะในนัดนี้ให้ได้ ต้องมีความแน่นอนในการจบสกอร์ให้ได้

🏃‍♂️ครึ่งแรก 

⚽️เริ่มเกมมาเป็นทางฝั่งเดนมาร์กที่ได้บุกขึ้นมากดดันทางฝรั่งเศสถึงในกรอบเขตโทษ แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างสรรค์จังหวะในการจบสกอร์ได้ 

⚽️นาที 16 ฝรั่งเศสได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่เดมเบลเล่ห์ หลุดมาทางฝั่งขวาแล้วเปิดเข้าในให้ชิรูล์ได้โหม่ง แต่บอลก็ไม่เข้ากรอบ 

⚽️33 นาทีผ่านไป เป็นทางฝรั่งเศสที่บุกเข้าไปหาเดนมาร์กแล้วเห็นน้ำเห็นเนื้อกว่า โดยการได้ยิงมุมแคบของกริสมัน แต่แคสเปอร์ ชไมเคิลก็ใช้เท้าเซฟออกมา แต่บอลก็ยังไปเข้าทางเดมเบลเลห์ได้ยิงซ้ำก็ยังติดบล็อกของเดนมาร์กออกมา

หมดเวลาครึ่งแรก ฝรั่งเศส เสมอ เดนมาร์ก 0 – 0

🏃‍♂️ครึ่งหลัง

⚽️ก็ยังคงเป็นทางฝั่งเดนมาร์กที่พยายามจะหาช่องเจาะเข้ามาทำประตูทางฝรั่งเศสให้ได้ แต่ยังคงเห็นได้ชัดว่าความแน่นอนในพื้นที่สุดท้ายไม่มี ส่วนทางฝรั่งเศสเองก็ใช้เกมสวนกลับเร็ว และก็มีจังหวะสร้างเกมรุกสวยๆได้หลายครั้ง และบางจังหวะก็ได้ยิง แต่ยังไม่สามารถผ่านแนวรับของเดนมาร์กได้ 

⚽️นาที 61 ก็เป็นทางฝรั่งเศสที่ได้ประตูขึ้นนำจนได้หลังจากโหมบุกอยู่นาน จากจังหวะที่ เอ็มปัปเป้ ที่ทำชิ่งกับ เอร์นองเดซ และจิ้มบอลผ่านแคสเปอร์ ชไมเคิลเข้าไป ฝรั่งเศสขึ้นนำเดนมาร์ก 1 – 0 

⚽️หลังเสียประตูเพียง 6 นาที เดนมาร์กก็ตามมาตีเสมอฝรั่งเศสได้สำเร็จจากจังหวะที่อันเดรส คริสเตนเซ่น ได้ขึ้นโหม่งแบบเน้นๆ จากลูกที่ แอนเดอร์เซ่น โหม่งเช็ดมาให้อีกที เดนมาร์ก เสมอกับ ฝรั่งเศส 1 – 1 

⚽️นาที 86 ฝรั่งเศสก็มาทำได้อีกประตู จากจังหวะที่ อองตวน กรีซมันน์ หลุดมาทางกราบขวา และบรรจงเปิดบอลมายังเสาสอง เอ็มปัปเป้ กระโดดลอยตัวใช้หน้าขากระแทกส่งบอลเข้าไปกองก้นตาข่าย ฝรั่งเศส กลับขึ้นนำ เดนมาร์กอีกครั้ง 2 – 1

หมดเวลา ฝรั่งเศส เอาชนะ เดนมาร์กไปได้ 2 – 1 ส่งให้ฝรั่งเศส เป็นทีมแรกที่ได้เข้าสู่รอบต่อไปของศึก ฟุตบอลโลก2022 ครั้งนี้ 

เมสซี่เบิกร่อง ให้ทัพฟ้าขาวชนะเม็กซิโก ไปลุ้นเข้ารอบต่อนัดสุดท้าย ฟุตบอลโลก2022 

การแข่งขันนัดที่สองของกลุ่มซี อาร์เจนตินา พบ เม็กซิโก เริ่มทำการแข่งขันเวลา 02.00 น. อาร์เจนตินา ไม่มีทางให้เลือกแล้ว หากเกมนี้ไม่ชนะ ก็เตรียมแพ็คกระเป๋ากลับบ้านได้เลย โดยทางเม็กซิโกเกมนี้การรับเน้นแล้วโต้กลับหากไม่ได้ก็อย่าให้เสีย ฉะนั้นผลเสมอน่าจะไม่เสียหายสำหรับเม็กซิโก แต่ด้วยศักยภาพของทัพฟ้าขาวแล้วน่าจะเก็บชัยชนะนัดนี้ต่ออายุไปได้

🏃‍♂️ครึ่งแรก 

เปิดเกมมาก็เป็นทางฝั่งเม็กซิโกที่สาดบอลยาวใส่ทางอาร์เจนตินา แต่บอลก็แรงจนออกหลังไปเอง ส่วนอาร์เจนตินาพอครองบอลได้ก็เดินเกมรุกมาขึงใส่เม็กซิโกทันที แต่ก็ยังทำอะไรได้ไม่ถนัดนักเพราะทางเม็กซิโกลงไปรับกันค่อนข้างลึก

⚽️นาที 5 เป็นทางฝั่งเม็กซิโกได้ลุ้น จากจังหวะที่ได้ฟรีคิกทางฝั่งซ้าย ชาเวส เปิดเข้ามาบอลผ่านมายังหน้าประตูอาร์เจนตินา แต่มอเรโน่ชาร์จไม่ถึงบอลออกหลังไป

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป กลายเป็นทางฝั่งเม็กซิโกที่ได้บุกอย่างเห็นน้ำเห็นเนื้อมากกว่าทางอาร์เจนตินา ซึ่งดูแล้วเกมรุกจากทัพฟ้าขาวยังดูเนือยๆ ส่วนใหญ่ จะเป็นการครองบอลอยู่ในช่วงกลางสนามสะมากกว่าพาบอลจี้เข้าไปหาจุดที่สามารถจบสกอร์ได้ 

⚽️นาที 34 อาร์เจนตินาได้ฟรีคิกระยะได้ลุ้นบริเวณทางฝั่งขวาของประตู เมสซี่ ลักไก่ยิงเลย แต่โอชัวร์ก็ยังไม่พลาด

⚽️นาที 41 อาร์เจนตินาได้ลุ้นต่อเนื่อง เมื่อเลาตาโร่ มาติเนซ ได้โหม่งจากลูกเปิดทางขวาครอสเข้าในกรอบเขตโทษ แต่บอลก็ยังลอยโด่งออกหลังไป

⚽️นาที 45 เม็กซิโก ได้จังหวะหวาดเสียวจากจังหวะที่ชาเวสปั่นฟรีคิกบริเวณนอกกรอบเขตโทษเกือบๆกลางประตูเกือบจะเสียบสามเหลี่ยม แต่เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูอาร์เจนตินาก็บินไปรับบอลได้อยู่มือ และในช่วงเวลาที่เหลือก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ หมดครึ่งแรก อาร์เจนตินา เสมอ เม็กซิโก 0 – 0

🏃‍♂️ครึ่งหลัง

⚽️นาที 51 อาร์เจนตินา ได้ฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษเกือบจะตรงกลาง เมสซี่ เป็นคนยิง แต่บอลโค้งขึ้นไปสูงไม่ได้ลุ้น

⚽️ปลดล็อกแล้ว นาที 64 เมื่ออังเคล ดิมาเรีย เปิดเตะมุมลูกเรียดมาให้ ลีโอเนล เมสซี่ แต่งจังหวะหนึ่ง ก่อนจะยิงจากนอกเขตโทษ โอชัวร์พุ่งไปปัด แต่ไม่ทัน บอลซุกก้นตาข่าย อาร์เจนตินา ขึ้นนำ เม็กซิโก 1 – 0

⚽️นาที 71 ทัพฟ้าขาวได้ลุ้นเพิ่มสกอร์อีกครั้ง เมื่อนาฮูเอล โมลินา ได้บอลจากทางฝั่งซ้ายแต่ยิงไปโดนใต้ลูก บอลเหินออกหลังไปไกล

⚽️นาที 87 เอนโซ เฟร์นันเดซ ของอาร์เจนตินา ได้บอลจากนอกกรอบ แตะหนีกูแตเรซแล้วปั่นด้วยขวา บวกสกอร์ให้อาร์เจนตินานำห่างเม็กซิโก 2 – 0

หมดเวลา อาร์เจตินา เอาชนะ เม็กซิโก ไปได้ 2 – 0 ทำให้โอกาสที่จะลุ้นเข้ารอบของอาร์เจนตินา ยังคงต้องไปวัดกันที่นัดสุดท้าย