คัดลอก URL แล้ว
วิกฤตเบาหวานไทยพุ่ง 6.1 ล้านคน! เช็ก 5 สัญญาณ “ดื้ออินซูลิน” ภัยเงียบที่มองไม่เห็น

วิกฤตเบาหวานไทยพุ่ง 6.1 ล้านคน! เช็ก 5 สัญญาณ “ดื้ออินซูลิน” ภัยเงียบที่มองไม่เห็น

สถิติล่าสุดปี 2568 น่าตกใจ! คนไทยป่วยเบาหวานทะลุ 6.1 ล้านคน และเกือบ 30% ยังไม่รู้ตัวว่าป่วย ต้นตอสำคัญมาจาก “ภาวะดื้ออินซูลิน” ที่สะสมจากพฤติกรรมกินหวาน-ขาดออกกำลังกาย มาทำความรู้จักสัญญาณเตือนและแนวทาง “รู้ก่อน ปรับก่อน” จากโรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ เพื่อหยุดโรคร้ายก่อนสายเกินไป

“ดื้ออินซูลิน” คืออะไร? ทำไมถึงเป็นจุดกำเนิดสารพัดโรคเรื้อรัง

อินซูลินคือฮอร์โมนที่ช่วยนำน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน แต่เมื่อร่างกายเกิดภาวะดื้ออินซูลิน เซลล์จะไม่ตอบสนองต่ออินซูลินตามปกติ ส่งผลให้ตับอ่อนต้องทำงานหนักขึ้น หลั่งอินซูลินเพิ่มขึ้นแต่อินซูลินทำงานไม่มีประสิทธิภาพ และในที่สุดกลายเป็นโรคเบาหวาน

ภาวะนี้มักเกิดขึ้นเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัว และไม่ใช่แค่เรื่องของคนที่เป็นโรคเบาหวานเท่านั้น เพราะภาวะดื้ออินซูลินยังเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร่วมที่เรื้อรังอีกหลายโรค อาทิ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ตับอักเสบจากไขมัน รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด

เช็กด่วน! 5 สัญญาณอันตราย ร่างกายกำลัง “ดื้ออินซูลิน”

3 สูตรสำเร็จ “ปรับพฤติกรรม” พิชิตเบาหวานแบบยั่งยืน

โรคเบาหวานเป็นโรคที่ป้องกันได้ โดยโรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ ได้แนะแนวทางปฏิบัติที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคเบาหวาน ดังนี้

  1. กินอาหารให้ถูกสัดส่วน ลดน้ำตาลและแป้งขัดขาว กินผักใบเขียว อาหารที่มีใยอาหารสูง โปรตีนคุณภาพ และไขมันดี เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล
  2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อ เช่น การเดินเร็ว หรือเวทเทรนนิ่งเบา ๆ เพราะกล้ามเนื้อจะดูดซึมกลูโคสจากเลือดไปใช้เป็นพลังงาน ทำให้ร่างกายต้องการอินซูลินน้อยลง และรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ลดน้ำหนักส่วนเกิน เพราะไขมันที่มากเกินไปทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลินง่าย
  3. จัดการความเครียด เพราะฮอร์โมนคอร์ติซอลจากความเครียดเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน

ตรวจสุขภาพก่อนโรคถามหา

โรคเบาหวานไม่ใช่โรคที่ไกลตัว การตรวจสุขภาพประจำปีและตรวจระดับน้ำตาลในเลือดนับเป็นจุดเริ่มต้นของการป้องกัน สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือเริ่มมีสัญญาณเตือน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจคัดกรองที่แม่นยำยิ่งขึ้น เช่น การตรวจค่า A1C เพื่อหาค่าเฉลี่ยน้ำตาลสะสมในเลือดตลอดช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ถ้าน้ำตาลสูงกว่าปกติ ควรตรวจความทนต่อระดับน้ำตาลในเลือด (OGTT)

ส่วนผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานแล้ว ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับพฤติกรรมควบคู่กันไป เพื่อคุมระดับน้ำตาลให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด

สอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์และต่อมไร้ท่อเทพธารินทร์ โรงพยาบาลวิมุต–เทพธารินทร์ โทร 02-348-7000 ต่อ 4024 หรือ 4020 ทุกวัน 8.00 – 16.00 น.


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง