คัดลอก URL แล้ว
ขี้โมโห เสี่ยงมะเร็งจริงไหม? เช็กกลไกความเครียดทำลายร่างกาย พร้อมเทคนิคดึงสติใน 1 นาที

ขี้โมโห เสี่ยงมะเร็งจริงไหม? เช็กกลไกความเครียดทำลายร่างกาย พร้อมเทคนิคดึงสติใน 1 นาที

เคยสังเกตไหมว่าเวลาเรา “วีนฉ่ำ” หรือโมโหบ่อย ๆ อวัยวะภายในรวนไปหมด? หลายคนอาจเคยได้ยินความเชื่อที่ว่า “คนขี้โมโห มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งสูงกว่าคนทั่วไป” เรื่องนี้ไม่ใช่แค่คำขู่ให้เราใจเย็นลง แต่ในทางการแพทย์มีคำอธิบายรองรับว่า อารมณ์โกรธและพฤติกรรมเหวี่ยงวีนสามารถส่งผลกระทบต่อระบบภายในร่างกายจนถึงขั้นเปลี่ยนเป็นโรคร้ายได้จริง

เปิดกลไกอารมณ์โกรธ: โมโหแล้ว “สารก่อมะเร็ง” มาจากไหน?

ในความเป็นจริงแล้ว อารมณ์โกรธหรือความพลุ่งพล่านไม่ได้วิ่งไปเปลี่ยนเซลล์ให้เป็นมะเร็งโดยตรง แต่เป็นเพราะกระบวนการทำงานของฮอร์โมนเมื่อเกิด ความเครียดสะสม โดยมีกลไกอันตรายดังนี้:

ฮอร์โมนความเครียดพุ่งสูง: เมื่อเราโมโห ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนกลุ่มความเครียด เช่น คอร์ติซอล (Cortisol) และเอพิเนฟริน (Epinephrine) ออกมา

เกิดการอักเสบเรื้อรัง: การที่ระดับคอร์ติซอลพุ่งสูงขึ้นเป็นระยะเวลานาน จะไปกระตุ้นให้เกิด กระบวนการอักเสบภายในร่างกาย (Inflammation)

เซลล์และ DNA ถูกทำลาย: เมื่อร่างกายเกิดการอักเสบมากจนเกินไป มันจะเริ่มเข้าไปทำร้ายเซลล์และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้าง DNA ในบางส่วน ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นและเร่งให้เกิดเซลล์มะเร็งในที่สุด

พฤติกรรมร่วมสุดอันตราย: ตัวคูณความเสี่ยงโรคร้าย

นอกเหนือจากอารมณ์ที่ร้อนเป็นไฟแล้ว ไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนขี้โมโหส่วนใหญ่มักมีสิ่งเหล่านี้ร่วมด้วย ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งแบบก้าวกระโดด:

นอนน้อย (นอนดึก/พักผ่อนไม่พอ): คนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน มีความเสี่ยงในการเกิด มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer) สูงถึง 47%

สูบบุหรี่จัด: เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดสูงกว่าคนทั่วไป 10-30 เท่า เสี่ยงมะเร็งลำคอ 10 เท่า และเสี่ยงมะเร็งกระเพาะปัสสาวะเพิ่มขึ้นอีก 2-4 เท่า

ดื่มแอลกอฮอล์: เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม และมะเร็งตับสูงขึ้นถึง 2-5 เท่า

วิธีระงับความโกรธด้วยเทคนิคหายใจ “4-7-8” จาก Harvard Medical School

หากคุณรู้ตัวว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน ขี้เหวี่ยง ขี้วีน และอยากปกป้องร่างกายไม่ให้พังไปมากกว่านี้ สามารถนำเทคนิคการปรับจังหวะลมหายใจเพื่อควบคุมอารมณ์โกรธที่เรียกว่า สูตรหายใจ 4-7-8 ไปฝึกใช้กันได้ง่าย ๆ

หายใจเข้า ทางจมูกอย่างช้า ๆ นับในใจ 4 วินาที

กลั้นหายใจ ค้างลมเอาไว้ นับในใจ 7 วินาที

ผ่อนลมหายใจออก ทางปากช้า ๆ จนสุด นับในใจ 8 วินาที

Tip สำหรับคนอยากอารมณ์ดี: ลองฝึกทำแบบนี้ให้ครบ 5 รอบ (Cycles) ต่อครั้ง จะช่วยดึงให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลลดลง ไม่พุ่งสูงจนทำร้ายร่างกาย และถ้าหากฝึกฝนต่อเนื่องครบ 1 เดือน ร่างกายจะหลั่ง DHEA หรือฮอร์โมนแห่งความสุข (Happy Hormone) เพิ่มสูงขึ้น ช่วยให้เรากลายเป็นคนอารมณ์ดีและมีภูมิต้านทานที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

มาร่วมปรับอารมณ์และดูแลสุขภาพใจตั้งแต่วันนี้ เพราะอารมณ์ดี…คือเกราะป้องกันมะเร็งที่ดีที่สุด!

ติดตามสาระสุขภาพดีๆ ในรายการ
Health Hacks
ดูย้อนหลังได้ที่แอป Monomax


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง