ในโลกของการทำงาน มีหลายครั้งที่เรารู้สึกเหมือนกำลังรับมือกับลูกบอลที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นงานด่วนที่เข้ามาพร้อมกัน ลูกค้าเหวี่ยงวีน หรือระบบล่มในนาทีสุดท้าย สถานการณ์เหล่านั้นไม่ต่างอะไรกับนาทีชีวิตในสนามแข่งขันวอลเลย์บอลระดับโลก ที่ซึ่ง “นุศรา ต้อมคำ” มือเซตอัจฉริยะอดีตทีมชาติไทย ต้องเผชิญอยู่เป็นประจำในฐานะผู้บัญชาการเกม
สิ่งที่ทำให้เธอกลายเป็นตำนานระดับสากล ไม่ใช่แค่ทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำ แต่คือ “สภาวะจิตใจที่นิ่งราวกับน้ำแข็ง” ในขณะที่รอบตัวกำลังวุ่นวายและเต็มไปด้วยความกดดัน และนี่คือ 3 คีย์หลักในการฝึกความใจเย็นและเรียกสติแบบ นุศรา ต้อมคำ ที่คนทำงานออฟฟิศสามารถนำไปปรับใช้ในวันที่สติกำลังจะแตกได้ทันที
1.การควบคุมลมหายใจเพื่อรีเซ็ตระบบประสาท
เวลากองเชียร์คู่แข่งส่งเสียงกดดัน หรือแต้มของทีมกำลังตามหลัง สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่เผชิญคือ อาการตื่นตระหนก (Panic) ซึ่งทำให้หัวใจเต้นรัวและคิดอะไรไม่ออก แต่นุศราจะใช้วิธีรีเซ็ตตัวเองอย่างรวดเร็วผ่านการควบคุมลมหายใจลึกๆ ก่อนจะเริ่มเซตบอลในทุกลูก
กลไกทางจิตวิทยา: การหายใจเข้าลึกและผ่อนออกยาว เป็นการกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเธติก (Parasympathetic Nervous System) ให้ทำงาน ซึ่งระบบนี้จะช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ ส่งสัญญาณให้สมองรู้ว่าร่างกายยังปลอดภัยดี ทำให้ความตื่นตระหนกลดลงและสติกลับคืนมาในทันที
2.โฟกัสเฉพาะสิ่งทีอยู่ตรงหน้า
จุดเด่นที่ทำให้เธอเหนือกว่าคู่แข่งคือ ต่อให้ลูกที่แล้วทีมจะเล่นพลาด หรือเธอจะเซตบอลพลาดจนเสียแต้ม เธอจะไม่เสียเวลาจมอยู่กับความผิดพลาดนั้นแม้แต่วินาทีเดียว แต่จะสะบัดหัวแล้วโฟกัสที่ “ลูกต่อไป” ทันที
จิตวิทยาการปล่อยวาง: ในทางจิตวิทยากีฬาเรียกสิ่งนี้ว่า Present-Moment Awareness หรือการอยู่กับปัจจุบัน นักกีฬาระดับโลกจะรู้ดีว่า อดีตเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ และการกังวลถึงอนาคต (ความพ่ายแพ้) มีแต่จะทำให้ฟอร์มปัจจุบันแย่ลง การดึงสติกลับมาอยู่กับสิ่งที่จะลอยมาตรงหน้า คือวิธีรับมือกับความกดดันที่ดีที่สุด
ข้อมูลอ้างอิงทางวิจัย: รายงานจาก Journal of Applied Sport Psychology ชี้ให้เห็นว่า นักกีฬาที่มีระดับการจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน (Mindfulness/Present Focus) สูง จะมีอัตราการตัดสินใจผิดพลาดต่ำกว่านักกีฬาที่มักคิดกังวลถึงความผิดพลาดในอดีตอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่คิดวิเคราะห์จะไม่โดนฮอร์โมนความกลัวเข้าครอบงำ
3.การแข่งกับตัวเองเพื่อลดความคาดหวังภายนอก
เมื่อต้องแบกรับความหวังของแฟนกีฬานับล้าน วิธีจัดการความเครียดของนุศราคือการปรับกรอบความคิด (Mindset) โดยลดการโฟกัสที่เสียงวิจารณ์รอบข้าง แล้วหันกลับมาโฟกัสที่การทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดในแต่ละวินาที การไม่นำความคาดหวังของคนอื่นมาพังทลายสมาธิของตนเอง ช่วยให้เธอสามารถรักษารูปแบบเกมเอาไว้ได้
วิธีที่คนออฟฟิศนำไป “สู้กลับ” ความลนลานได้ทันที
ทำ Box Breathing ก่อนตอบโต้: เมื่อเจออีเมลทวงงานโหดๆ หรือคำพูดกดดัน อย่าเพิ่งรีบตอบโต้ด้วยอารมณ์ ให้หยุด หายใจเข้า 4 วินาที กลั้นไว้ 4 วินาที และหายใจออก 4 วินาที ทำซ้ำ 3 รอบ เพื่อดึงสติกลับมาก่อน จากนั้นค่อยตอบกลับด้วยข้อเท็จจริง
ใช้กฎ “Next Play” กับงานที่พังไปแล้ว: ส่งงานผิดพลาด โดนหัวหน้าตำหนิ ไม่ต้องเสียเวลามานั่งต่อว่าตัวเองหรือนั่งซึมทั้งวัน ให้คิดว่าแต้มนั้นเสียไปแล้ว สิ่งสำคัญคือ “กระบวนการแก้ไขในตอนนี้” ต้องทำอย่างไรต่อ มูฟออนให้ไวเหมือนนักกีฬา
เป็นผู้ควบคุมจังหวะงานของตัวเอง: เวลาทุกอย่างประดังประเดเข้ามา อย่าเพิ่งทำทุกอย่างพร้อมกันเพราะจะทำให้สมองล้า ให้หยุดนิ่งๆ 1 นาที หยิบกระดาษมาเขียนเรียงลำดับความสำคัญ (Prioritize) แล้วค่อยๆ ทำทีละอย่าง การจัดระเบียบแบบนี้จะช่วยเปลี่ยนความวุ่นวายให้กลับมาอยู่ในการควบคุมของเรา
การฝึกเป็นคนใจเย็นไม่ใช่การสะกดกลั้นอารมณ์ แต่คือการรู้เท่าทันอารมณ์ แล้วเลือกที่จะ “นิ่งเพื่อดูเกม” เหมือนที่ นุศรา ต้อมคำ ทำในสนามนั่นเอง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- International Volleyball Federation (FIVB): บทสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการในสกู๊ปพิเศษ “Spotlight on Nootsara Tomkom” เกี่ยวกับแนวคิดการรับมือความกดดันในสนามแข่งขันระดับโลก โดยเน้นการแข่งกับตัวเองเพื่อรักษาความนิ่ง
- Journal of Applied Sport Psychology: งานวิจัยเชิงพฤติกรรมศาสตร์และจิตวิทยากีฬาเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของสมองส่วนหน้าเมื่อจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน (Present-Moment Awareness)
- Pro Volleyball Federation (USA): บทวิเคราะห์ฟอร์มการเล่นในลีกอาชีพประเทศสหรัฐอเมริกา (ทีม Columbus Fury) เกี่ยวกับการใช้ความเยือกเย็นในการควบคุมจังหวะเกมจนได้รับรางวัลตัวเซตยอดเยี่ยม (Setter of the Year)