คัดลอก URL แล้ว
ถอดบทเรียน “มดลูกแตก” ภัยเงียบจากแผลผ่าตัดเก่า กรณีศึกษาจากนุ่น-หลุยส์

ถอดบทเรียน “มดลูกแตก” ภัยเงียบจากแผลผ่าตัดเก่า กรณีศึกษาจากนุ่น-หลุยส์

จากเหตุการณ์ที่ “นุ่น รมิดา” และ “หลุยส์ สก๊อต” ต้องสูญเสียลูกสาวคนแรกไปอย่างกะทันหันก่อนกำหนดคลอดเพียงไม่กี่สัปดาห์ โดยมีสาเหตุหลักมาจากภาวะ “มดลูกแตก (Uterine Rupture)” ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิตทั้งแม่และเด็ก บทความนี้ขอสรุปไทม์ไลน์และข้อมูลความรู้เพื่อเป็นอุทาหรณ์และแนวทางสังเกตอาการสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกท่าน

เปิดไทม์ไลน์นาทีชีวิต

ภาวะมดลูกแตก (Uterine Rupture) คืออะไร?

คือการที่ผนังกล้ามเนื้อของมดลูกเกิดการปริหรือฉีกขาด ส่วนใหญ่เกิดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ หรือระหว่างการรอคลอด ส่งผลให้ทารกและรกอาจหลุดออกมาอยู่ในช่องท้องของแม่ ทำให้แม่ตกเลือดอย่างรุนแรงและทารกขาดออกซิเจนฉับพลัน

ใครคือกลุ่มเสี่ยง?

อันตรายและผลกระทบ

ต่อทารก: มีโอกาสเสียชีวิตสูงมากภายในไม่กี่นาทีเนื่องจากขาดอากาศและเลือดไปเลี้ยง
ต่อมารดา: อันตรายถึงชีวิตจากการตกเลือดภายในอย่างรุนแรง นำไปสู่สภาวะช็อก ไตวาย หรืออวัยวะล้มเหลว หากแพทย์ไม่สามารถหยุดเลือดได้ อาจจำเป็นต้องตัดมดลูกทิ้งเพื่อรักษาชีวิต

ข้อสังเกตและวิธีป้องกัน

หากคุณแม่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีประวัติเคยผ่าตัดมดลูก มีอาการดังต่อไปนี้ ต้องรีบพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอ:

  1. ปวดท้องรุนแรงฉับพลัน หรือปวดต่อเนื่องไม่หยุด
  2. มีเลือดออกทางช่องคลอด
  3. ทารกหยุดเคลื่อนไหวหรือดิ้นน้อยลงอย่างผิดปกติ
  4. มีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือใจสั่น (สัญญาณของการเสียเลือดภายใน)

บทเรียนสำคัญ: การแจ้งประวัติการผ่าตัดมดลูกอย่างละเอียดแก่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการเฝ้าระวังในช่วงใกล้คลอดอย่างใกล้ชิด คือหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยงจากภาวะวิกฤตนี้

ขอแสดงความเสียใจและร่วมส่งกำลังใจให้คุณนุ่นและคุณหลุยส์มา ณ ที่นี้

บทความแนะนำ


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง