คัดลอก URL แล้ว
น้ำเย็น VS น้ำอุ่น อาบน้ำแบบไหนดี? สรุป ข้อดี-ข้อเสีย

น้ำเย็น VS น้ำอุ่น อาบน้ำแบบไหนดี? สรุป ข้อดี-ข้อเสีย

การอาบน้ำ เป็นการชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย ในแต่ละวันต้องเจอทั้งฝุ่น มลภาวะ และเชื้อโรคต่างๆ รอบตัว ดังนั้นแล้ว การอาบน้ำถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ทั้งนี้การอาบน้ำนอกจากจะช่วยให้ร่างกายสะอาดแล้ว ยังมีประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพอีกหลายประการเลยทุกคน โดยทั้งน้ำอุ่นและน้ำเย็นก็มีทั้งข้อดี-ข้อเสีย จะมีอะไรบ้าง ไปอัดเดตเกร็ดความรู้กันไว้เลย

ข้อดีของการ อาบน้ำเย็น

น้ำเย็นคือน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส สำหรับการอาบน้ำเย็นแนะนำอุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 27 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นความเย็นที่พอเหมาะสำหรับร่างกายที่จะไม่ทำให้สูญเสียความร้อนมากเกินไป คือจะไม่รู้สึกหนาวจนเกิดอาการปากสั่น มือเหี่ยว นั่นเอง

1.ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น หายง่วง ตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า
2.ช่วยเผาผลาญไขมัน
3.กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวไม่แห้ง ดูเนียนเรียบชุ่มชื้น
4.เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
5.ช่วยให้อารมณ์ดี ลดอาการเครียด กำจัดความหดหู่ ทั้งนี้มีงานวิจัยพบว่าการอาบน้ำเย็น มีส่วนช่วยให้ลดอาการซึมเศร้าลงได้บ้าง

ข้อเสีย อาบน้ำเย็น

1. อาจชำระร่างกายได้ไม่สะอาดอย่างทั่วถึง สำหรับคนที่ไม่เคยชินในการอาบน้ำเย็น อาจจะทำให้รีบอาบน้ำให้จบเพราะทนความเย็นไม่ไหว นั่นเอง

2.หากอาบน้ำเย็นในสภาพที่ร่างกายอ่อนแอหรืออากาศหนาวจัด อาจทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดผิดปกติ อุณหภูมิร่างกายลดลงรวดเร็ว อาจทำให้ช็อคหมดสติได้

ข้อดี อาบน้ำอุ่น

  1. ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ช่วยลดความเครียดสะสม
  2. นอนหลับง่ายขึ้น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายตัว
  3. ผู้หญิงช่วงก่อนหรือมีประจำเดือน อาบน้ำอุ่นช่วยให้ระบบโลหิตไหลเวียนได้ดีขึ้นช่วยลดอาการปวดเกร็งท้องได้
  4. ช่วยเปิดรูขุมขนของผิวได้ดีกว่าน้ำเย็น ชำระล้างสิ่งสกปรกได้ดีขึ้น

ข้อเสีย อาบน้ำอุ่น

  1. หากอาบน้ำอุ่นทุกวัน จะทำให้ผิวแห้งกร้าน เสียความชุ่มชื่น
  2. หลังเล่นกีฬาเสร็จไม่แนะนำให้อาบน้ำอุ่น เพราะจะรู้สึกเพลียมากกว่าเดิม

การดูแลผิวหลังอาบน้ำ

ที่มา : โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ, โรงพยาบาลศิริราช


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง