คัดลอก URL แล้ว
ผลวิจัยชี้ว่า ผู้ชายสวมหน้ากากสีฟ้า มีเสน่ห์น่าดึงดูดมากขึ้น ส่งผลให้รู้สึกอุ่นใจ

ผลวิจัยชี้ว่า ผู้ชายสวมหน้ากากสีฟ้า มีเสน่ห์น่าดึงดูดมากขึ้น ส่งผลให้รู้สึกอุ่นใจ

เคยมีกระแสเรื่องหนุ่ม ๆ ที่สวมใส่หน้ากากอนามัยแล้วดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดใจ หรือดูหล่อทะลุแมสที่กลายเป็นกระแสในโลกโซเซียล เรื่องราวเหล่านี้ไม่ใช่แค่การคาดเดาขำๆ เพียงเท่านั้น เพราะมีงานวิจัยออกมาแล้วว่า การสวมหน้ากากอนามัยทำให้ผู้คนดูหน้าตาดีขึ้นจริง

การสวมใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าครึ่งล่างส่งผลให้ผู้คนดูน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น

ดร.ไมเคิล ลูอิส ผู้เชี่ยวชาญด้านใบหน้าและผู้นำทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยด้านจิตวิทยา Cardiff ได้เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดโรคระบาดไปทั่วโลกนั้น เคยมีการวิจัยถึงความรู้สึกที่มีต่อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ว่า มันสื่อถึงความเจ็บป่วยและโรค และเมื่อใดที่คุณสวมใส่จะทำให้ความน่าดึงดูดใจลดลง แต่ในทางตรงกันข้ามกับปัจจุบัน ที่มีการวิจัยใหม่อีกครั้งแล้วพบว่า ผลทางการวิจัยให้ข้อมูลที่ตรงกันข้ามอย่างน่าประหลาดใจ นั่นคือในขณะนี้การสวมใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าครึ่งล่างส่งผลให้ผู้คนดูน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น

ดร.ลูอิส กล่าวว่า ได้ทำการทดสอบว่าความรู้สึกเหล่านั้นเปลี่ยนไปหรือไม่ นับตั้งแต่การปกปิดใบหน้าเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องอยู่กับมัน ซึ่งการศึกษาของเราชี้ให้เห็นว่า ใบหน้าของผู้คนที่สวมหน้ากากสีฟ้าดูน่าดึงดูดมากที่สุด นั่นอาจเป็นเพราะเราเคยชินกับบุคลากรทางการแพทย์ที่สวมหน้ากากสีฟ้า และในขณะนี้สมองของพวกเราเชื่อมโยงกับผู้คนที่เกี่ยวข้องในการดูแลหรือบุคคลวิชาชีพทางการแพทย์ในเวลาที่เรารู้สึกอ่อนแอ จึงส่งผลให้ การสวมหน้ากากสีฟ้าทางการแพทย์ทำให้รู้สึกอุ่นใจและรู้สึกเป็นบวกต่อผู้ที่สวมใส่มันมากขึ้น

การวิจัยแรกเริ่มขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2021

ซึ่งเป็นช่วงขณะที่ชาวอังกฤษเริ่มคุ้นเคยกับการที่ต้องพบเห็นผู้คนสวมหน้ากากอนามัย โดยพวกเขาทำการวิจัยด้วยการขอให้ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งมาร่วมให้คะแนนความน่าดึงดูดใจของผู้ชายกลุ่มวิจัย ซึ่งมีทั้ง ผู้ชายที่ไม่สวมหน้ากาก ผู้ชายที่สวมหน้ากากผ้าธรรมดา ผู้ชายที่สวมหน้ากากผ้าสีฟ้า และผู้ชายที่สวมหน้ากากสีดำ

ผลการทดสอบที่ได้ก็คือ ผู้ชายที่สวมหน้ากากมีความน่าดึงดูดใจมากกว่าผู้ชายที่ไม่สวมหน้ากากและผู้ชายที่สวมหน้ากากสีฟ้าส่งให้พวกเขาดูดีขึ้นไปอีก

มากกว่าการสวมสีดำหรือแบบผ้าทั่วไป ในขณะที่ผลการทดลองในทางกลับกันของฝั่งผู้หญิงนั้นยังไม่ได้เปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน

การระบาดครั้งใหญ่นี้ได้เปลี่ยนจิตวิทยาของการรับรู้ต่อผู้สวมหน้ากากอนามัยในอดีต

ในอดีตเรามักจะรู้สึกรังเกียจหรือต้องรีบออกห่างคนที่สวมหน้ากากอนามัย นั่นเพราะมันบ่งชี้ให้เห็นว่าเขากำลังเป็นโรค แต่ในตอนนี้หน้ากากไม่ได้ทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณถึงเชื้อโรคอีกต่อไป มันคือการป้องกันและความสงบมากกว่า

ที่มากไปกว่านั้นคือ เมื่อผู้คนอยู่ภายใต้หน้ากากอนามัย ที่ปกปิดใบหน้าไว้กว่าครึ่งหนึ่ง จึงทำให้ผู้คนต้องพุ่งเป้าความสนใจไปที่ดวงตา นั่นจึงทำให้สมองประเมินภาพรวมบนใบหน้าออกมาเกินจากความเป็นจริง (ว่าง่ายๆก็คือ จินตนาการถึงหน้าตาของผู้ที่สวมหน้ากากเกินจริงนั่นเอง) ส่วนผลการวิจัยเรื่องการสวมหน้ากากในกลุ่มผู้หญิง ยังไม่มีผลการศึกษาออกมาอย่างเป็นทางการ

ข้อมูลจาก
-https://www.theguardian.com/world/2022/jan/13/face-masks-make-people-look-more-attractive-study-finds?fbclid=IwAR0SQELQG9FbhYEY0nQFVUNUquGxVZxKbj0M1bHzqgtU-BC2V7URkodVZhI
-https://www.cardiff.ac.uk/people/view/845749-lewis-michael


WRITER