คัดลอก URL แล้ว
วิธีอ่าน ฉลากโภชนาการ ที่ถูกต้อง เรื่องควรรู้ก่อนซื้อสินค้า อาหาร วัตถุดิบ

วิธีอ่าน ฉลากโภชนาการ ที่ถูกต้อง เรื่องควรรู้ก่อนซื้อสินค้า อาหาร วัตถุดิบ

ฉลากโภชนาการ (Nutrition Information) ถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกคนควรรู้ ในฐานะผู้บริโภคก่อนที่จะซื้อสินค้า อาหาร วัตถุดิบ สำเร็จรูปใดๆ เพื่อสุขภาพที่ดีจึงควรอ่านฉลากโภชนาการได้อย่างเข้าใจ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวยิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้ทราบถึงปริมาณสารอาหาร และหลีกเลี่ยงสารอาหารที่ไม่ดีหรือไม่จำเป็นต่อร่างกายได้

ฉลากโภชนาการ คืออะไร?

ฉลากโภชนาการ คือ ฉลากอาหารที่มีการแสดงข้อมูลโภชนาการ ซึ่งระบุชนิดและปริมาณสารอาหารของอาหารนั้นในกรอบสี่เหลี่ยมเรียกว่า “กรอบข้อมูลโภชนาการ” ซึ่งมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบเต็มและแบบย่อ

1.ฉลากโภชนาการแบบเต็ม

เป็นฉลากที่แสดงชนิด และปริมาณสารอาหารที่สำคัญที่ควรทราบ 15 รายการ สำหรับฉลากที่มีความสูงจำกัด สามารถแสดงฉลากโภชนาการเต็มรูปแบบในลักษณะแบบแนวนอนหรือแบบขวางตามที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้

2.ฉลากโภชนาการแบบย่อ

ใช้ในกรณีที่สารอาหารตั้งแต่ 8 รายการ จากจำนวนที่กำหนดไว้ 15 รายการนั้น มีปริมาณน้อยมากจนถือว่าเป็นศูนย์ จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องแสดงให้เต็มรูปแบบ

วิธีการอ่าน

  1. ดูปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภค ปริมาณการกินต่อครั้งที่แนะนำให้ผู้บริโภครับประทาน หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ดูว่าอาหารนั้นในการกินต่อครั้งควรกินจำนวนได้เท่าไร เช่น ขนมปัง 1 ห่อ มี 10 ชิ้น ควรกินได้ 2 ชิ้นต่อวัน เป็นต้น
  2. ดูจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ เป็นจำนวนที่บอกว่าถ้ากินครั้งละหนึ่งหน่วยบริโภคจะแบ่งกินได้กี่ครั้ง เช่น ขนมปัง 1 ห่อ มี 10 ชิ้น ควรกินได้ 2 ชิ้นต่อวัน ก็จะแบ่งกินได้ 5 ครั้ง เป็นต้น
  3. ดูคุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ว่าจะได้พลังงานเท่าไร สารอาหารอะไรบ้าง ในปริมาณเท่าใด
  4. ดูร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน เช่น ไขมันทั้งหมด ไขมันอิ่มตัว ใยอาหาร โซเดียม เป็นต้น

ในหนึ่งวันไม่ควรได้รับพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และ โซเดียม มากกว่าปริมาณสูงสุด ที่แนะนำดังนี้

ฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ (Guideline Daily Amounts; GDA)

คือฉลากแสดงสัญลักษณ์ทางโภชนาการเพิ่มเติมจากการแสดงฉลากโภชนาการ โดยแสดงในรูปแบบค่าพลังงานของ ไขมัน น้ำตาล และโซเดียม ส่วนมากจะแสดงคู่กับฉลากโภชนาการแบบย่อ

โดยอาหารที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ ได้แก่ อาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 305 ( พ.ศ.2550) คือ

สารอาหารบนฉลากที่ผู้เป็นเบาหวานต้องรู้

คาร์โบไฮเดรต และน้ำตาล

ผู้เป็นเบาหวานควรพิจารณาคาร์โบไฮเดรตทั้งหมดต่อหนึ่งหน่วยบริโภคว่ามีปริมาณมากหรือน้อยกว่าคาร์โบไฮเดรตที่ควรได้ต่อมื้อและต่อวัน รวมทั้งปริมาณน้ำตาลที่เติมลงไปในผลิตภัณฑ์นั้นๆ มีปริมาณกี่กรัม (น้ำตาล 1 ช้อนชาให้คาร์โบไฮเดรต 5 กรัม) ถ้ากินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตทั้งหมด 15—18 กรัม ต้องแลกเปลี่ยนอาหารชนิดนั้นกับข้าวแป้ง 1 ทัพพี

ใยอาหาร

ปริมาณใยอาหารในผลิตภัณฑ์นั้นๆ มีปริมาณกี่กรัม โดยทั่วไปควรได้ใยอาหารวันละ 40 ถึง 45 กรัมต่อวัน ซึ่งจะได้จากผัก ผลไม้ รวมทั้งบางส่วนได้จากข้าวแป้งและธัญพืชที่ขัดสีน้อยด้วย ส่วนในเด็กควรได้ใยอาหารโดยคิดจากอายุ (ปี) บวกกับ 5 กรัมต่อวัน

ไขมัน

บอกเป็นปริมาณไขมันทั้งหมด (รวมทั้งไขมันอิ่มตัว ไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง และไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว) ปริมาณที่ได้ไม่ควรเกินร้อยละ 30 และคอเลสเตอรอลไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน

โซเดียม

ปริมาณโซเดียมไม่ควรเกินปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน เพราะจะทำให้เกิดปัญหาของโรคไต โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง

ผู้เป็นเบาหวานควรระวังในการเลือกอาหาร โดยใช้หลัก “ลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม”

ข้อมูลจาก : www.si.mahidol.ac.th


WRITER