คัดลอก URL แล้ว
Swees Plant Based Cheese ชีสวีแกนทำด้วยใจ ทางเลือกความอร่อย & สุขภาพดีที่ใครก็กินได้

Swees Plant Based Cheese ชีสวีแกนทำด้วยใจ ทางเลือกความอร่อย & สุขภาพดีที่ใครก็กินได้

เมื่อพูดถึงอาหารสุขภาพ สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการทานอาหารเจคงไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะหาโปรตีนจากแป้งหรือพืชที่ให้อร่อยไม่ต่างจากเนื้อสัตว์   แต่สำหรับชาววีแกนหรือคนรักสุขภาพที่ชื่นชอบรสชาติของชีสนั้น เป็นเรื่องยากซะเหลือเกิน ในการหาชีสที่ปราศจากนมวัว ทางเลือกเดียวนั่นคือการเลี่ยงหรือเลิกรับประทานไปเลย เพราะการหาวัตถุดิบอื่นมาทดแทนนมวัวในการทำชีสนั่นแทบจะไม่มี ยิ่งในประเทศไทยด้วยแล้วเรียกได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลย 

ปัญหาที่กล่าวถึงนี้ กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของ Swees Plant Based Cheese แบรนด์ชีสวีแกนจากเชียงใหม่ แต่ริเริ่มและคิดค้นโดย Nicolas Frauenfelder หรือที่เพื่อนๆ เรียกอย่างเป็นกันเองว่า “นิค” ชายหนุ่มผู้ใช้ชีวิต 20 ปีแรกที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่หลงรักการกินชีส และผันตัวมาเป็นชาววีแกนเมื่อ 7 ปีที่แล้ว

“การไม่กินเนื้อสัตว์ไม่เคยเป็นเรื่องท้าทายสำหรับผม แต่การไม่กินชีสเป็นเรื่องยาก!” นิค ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Swees Plant Based Cheese ย้อนเรื่องราวเมื่อครั้งตัดสินใจลงมือทำชีสไร้นม ในยุคที่ชีสวีแกนแทบยังหาไม่ได้ตามท้องตลาดไทย

จากทำกินเอง สู่การบอกต่อความอร่อย

โดยพื้นเพคุณนิคเคยทำงานด้านการเงินมาก่อนที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่เพราะไม่ชอบชีวิตแบบนั้น จึงออกจากสายงาน เบรคจังหวะชีวิตด้วยการท่องโลกจนมาเจอสังคมวีแกนที่เชียงใหม่ ทำให้เขาสนใจและหันมากินวีแกนเพื่อสุขภาพ พร้อมทั้งศึกษาจริงจังถึงขั้นลงเรียนด้านโภชนาการ ที่ Academy of Naturopathy เพียงอยากรู้ให้ลึกว่าแท้จริงแล้วการกินวีแกนส่งผลต่อร่างกายอย่างไร? และต้องกินอย่างไรให้ได้ดี?

ความเป็นคนที่ต้องรู้ให้จริงในสิ่งที่ทำ จึงไม่แปลกใจที่เขาลงมือทำชีสวีแกนกินเอง โดยในขณะนั้นไม่ได้คิดทำเป็นธุรกิจ แต่มาจากใจรักล้วนๆ นิคใช้เวลาทดลองกว่า 2 ปี ล้มเหลวหลายครั้ง เปลี่ยนวัตถุหลากหลาย จนสุดท้ายมาจบที่การใช้นมถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบ

ระหว่างการคิดค้นสูตร คุณนิคก็ได้ส่งชีสวีแกนโฮมเมดฝีมือตัวเองให้เพื่อนๆ ได้ลองชิมและติชม เพื่อนำมาปรับปรุง ในจำนวนเพื่อนที่ส่งไปนั้น มีเพื่อนเป็นเจ้าของร้านอาหารในเชียงใหม่ถูกใจในรสชาติ และเห็นว่าชีสวีแกนสูตรนี้อยู่ในเกณฑ์ที่จำหน่ายได้ จึงติดต่อรับชีสของนิคไปใช้เป็นวัตถุดิบ และได้รับฟิตแบ็คที่ดี เกิดการบอกต่อในหมู่ร้านอาหาร จนมีร้านอาหารหลายแห่งรับชีสของนิคไปใช้ ทั้งในเชียงใหม่ เกาะพงัน เกาะสมุย และภูเก็ต

ต่อมาลูกค้าในร้านอาหารเกิดถูกใจ สนใจซื้อชีสวีแกนของนิคไปทำทานเองที่บ้าน นั่นทำให้นิคและทีมงานกลับมาคิดว่าต้องอัปสเกลในการผลิตเพื่อเป็นสินค้าปลีกได้แล้ว นั่นจึงนำมาสู่การดีไซน์แพ็คเกจและสร้างแบรนด์ Swees Plant Based Cheese

ท้อได้แต่ไม่หยุด เพราะได้กำลังใจดี

“ตอนพัฒนาสูตร ชีสยังไม่ได้ texture อย่างที่ผมอยากให้เป็น ผมอยากได้ texture ที่แข็งพอจะขูดได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ใช้เวลาแก้ไขและพัฒนานานมาก บ่อยครั้งก็ท้อ แต่ก็ได้กำลังใจจากภรรยาและเพื่อนๆ ร้านอาหารที่สนใจผลิตภัณฑ์ของเรา”

“เราเริ่มต้นจากศูนย์ เริ่มจากการทำกินเอง อยู่ในครัวคิดสูตรจนถึงเที่ยงคืน แต่ก็ยังไม่ได้อย่างที่ต้องการ จนภรรยาของผมบอกว่า ของที่เราเห็นอยู่ในท้องตลาดสวยๆ ไม่มีใครทำสำเร็จในครั้งแรกเหมือนกัน เรามาเห็นตอนที่คนอื่นทำสำเร็จแล้ว แต่ไม่รู้ว่าพวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง พอได้ยินแบบนี้จากภรรยาทำให้ผมคิดได้และมีกำลังใจทำต่อ”

ถึงวันนี้แบรนด์ Swees Plant Based Cheese ขายปลีกมาได้ 2 ปีกว่าแล้ว ถ้านับตั้งแต่ลงมือคือ 5 ปีแล้ว ตลอดเวลากว่า 5 ปี นิคและทีมงาน Swees Plant Based Cheese ผ่านความท้าทายในทุกจังหวะของการ อัปสเกลเช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ จนมาถึงการยกระดับธุรกิจโฮมเมด สู่ระดับอุตสาหกรรมผลิตจำนวนมาก การควบคุมคุณภาพและการขนส่งจึงกลายเป็นอุปสรรคต่อมา

แต่จังหวะดีที่การร่วมงาน THAIFEX ทำให้รู้จักกับ FoodProject ตัวแทนจัดจำหน่ายอาหารชั้นนำ Swees Plant Based Foods จึงสามารถขยายช่องทางไปสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของไทย

เบื้องหลังการเติบโต เกิดจากความจริงใจและมีความสุขในสิ่งที่ทำ

การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ เบื้องหลังเกิดจากความใส่ใจของนิคและทีมงาน ที่ให้ความความสำคัญกับวัตถุดิบในการผลิต ต้องคุณภาพดี ทำจากพืช 100% ปราศจากสารกันบูด การจีเอ็มโอ และส่วนผสมเทียมใดๆ ทั้งสิ้น ที่สำคัญคือ อร่อยเหมือนชีสจริง ละลายดี ยืดดี ขูดดี texture เป็นธรรมชาติไม่ต่างไปจากชีสนมวัว ซึ่งเป็นความโดดเด่นที่ไม่ว่าชาววีแกนหรือนักกินทั่วไปต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน

“ผมเน้นคุณภาพวัตถุดิบมากๆ เช่น ใช้น้ำมันมะพร้าว ถั่วเหลืองเต็มเมล็ดที่คัดสรรจากไร่ถั่วเหลืองที่ผ่านการรับรองออร์แกนิค ซึ่งปลูกในท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ นั่นทำให้ชีสของเรารู้สึกได้ถึงความสดใหม่ ”

สำหรับนิคไม่ได้หยุดแค่การสรรหาวัตถุดิบที่ดีเท่านั้น แต่ถึงขนาดลงไปเยี่ยมสวนปลูก พูดคุยกับเจ้าของไร่และชาวสวน ตลอดจนมีแปลงปลูกถั่วเป็นของตัวเอง เพื่อเป็นแปลงต้นแบบในการศึกษาการเติบโตของถั่ว โดยในอนาคตเขาตั้งใจยกระดับแปลงถั่วเล็กๆ ของเขา ให้เป็นไร่ถั่วที่ได้มาตรฐานการปลูกแบบออร์แกนิกเช่นกัน

“เราไม่ได้ทำแค่ธุรกิจ แต่มีความสุขที่ได้รู้ว่าอาหารที่เรากินหรือส่งมอบไปยังลูกค้ามีที่มาจากไหน? ปลูกอย่างไร? ทุกขั้นตอนผ่านอะไรมาบ้าง กว่าถั่วสักต้นจะเป็นเมล็ดถั่วจนเก็บเกี่ยวและมาเป็นวัตถุดิบของชีส ”

“ผมไม่ได้ทำชีสวีแกนเพื่อให้คนกินวีแกนเท่านั้น แต่เห็นชีสของเราเป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพ อย่างน้อยให้คนที่สนใจรักสุขภาพมีทางเลือกดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น ไม่เบียดเบียนสัตว์ ไม่จำเป็นที่ทุกคนบนโลกต้องมากินวีแกน แค่เขารักสุขภาพและได้ลองประสบการณ์ใหม่ๆ ในการกิน แค่นี้ผมก็ภูมิใจ มีความสุขแล้ว ”

ตลาดอาหารวีแกน ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คืออาหารแห่งอนาคต

เมื่อนิคเอ่ยถึงกลุ่มผู้บริโภคชีสวีแกน ทำให้มาถึงคำถามที่ว่า…เมื่อเทียบจากในอดีตกลุ่มผู้บริโภคชีสวีแกนเปลี่ยนไปมากแค่ไหน? นิคเล่าจากการคลุกคลีในตลาดชีสวีแกนมาหลายปี กลุ่มลูกค้าของ Swees Plant Based Cheese ไม่ใช่แค่กลุ่มวีแกนเท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มกินคลีน มังสวิรัติ กลุ่มรักสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด และนับวันมีแนวโน้มที่มากขึ้น ทั้งกลุ่มวีแกนและกลุ่มรักสุขภาพ

“ไทยเป็นตลาดวีแกนที่น่าสนใจ มีโมเมนตัมสูงมาก โตเฉลี่ยถึง 15% เมื่อเทียบกับ 5 ปีที่แล้ว แค่เทียบปีนี้กับปีที่แล้วก็เปลี่ยนไปมากแล้ว เทรนด์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ไทยเท่านั้น แต่เป็นทั่วโลก รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์, เยอรมัน, สหรัฐอเมริกาด้วย สังเกตง่ายๆ พื้นที่จำหน่ายอาหารวีแกนตามซูเปอร์มาร์เก็ตขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นทุกปี ”

“ร้านอาหารทั่วไปมีแนวโน้มใช้ชีสวีแกนเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นตัวเลือกในเมนูอาหารของร้านด้วย เพราะชีส Swees Plant Based Cheese ปราศจากคอเลสเตอรอล จึงเป็นตัวเลือกที่ดีของกลุ่มรักสุขภาพ ”

ด้วยแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์บนตลาดที่มีการเติบโตสูงนี้เอง ทำให้ Swees Plant Based Cheese คว้ารางวัล The Best of Business Model has growth potential ในงาน Chiang Mai Startup Day 2021 ซึ่งจัดโดย NIA สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ

“เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่ได้นำเสนอบนเวที ตื่นเต้นแต่ก็สนุก เป็นประสบการณ์ที่ผมต้องขอบคุณมาก ทำให้ได้ออกจาก comfort zone เพราะถ้ายังอยู่แค่ตรงนี้ คงพัฒนาตัวเองได้ไม่ดี เวทีนั้นฝึกให้ผมได้พิชชิ่งงาน และจากงานนั้นทำให้มีโอกาสร่วมกิจกรรมอื่นๆ กับทาง NIA ซึ่งเปิดโอกาสให้แบรนด์ได้คอนเนคชั่นมากขึ้น ได้เจอคนที่มีความสนใจคล้ายๆ รวมถึงเปิดโอกาสให้นักลงทุนรู้จักเราด้วย ”

เมื่อเทรนด์รักสุขภาพ-วีแกนทั่วโลกกำลังมาแรง รวมถึงตลาดเอเชียด้วย ก้าวต่อไปของ Swees Plant Based Cheese จึงมุ่งไปที่การออกผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยมีเป้าหมายไม่เพียงเป็นผู้ผลิตชีสวีแกนส่งออกไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่อยากเป็นส่วนหนึ่งให้ผู้คนสุขภาพดีด้วย

“อาหารวีแกนไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คืออาหารแห่งอนาคต ที่จะช่วยทำให้ผู้คนสุขภาพดี สำหรับผมชีวิตยังมีอะไรที่สำคัญกว่าการทำธุรกิจ การได้ทำในสิ่งที่รักและทำอย่างดีที่สุด การได้มีโอกาสสร้างอาชีพให้กับทีมงานเล็กๆ ของเรา ถือว่าเป็นความสุขแล้ว ” คุณนิคกล่าวปิดท้าย

“การทำงานที่เชื่อมั่นว่าหากทำทุกอย่างด้วยความสุข ย่อมเกิดพลังใจให้ก้าวต่อไป”

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Startup Thailand Marketplace
ของ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)


WRITER