คัดลอก URL แล้ว

Mercedes-Benz ยกทัพ A-Class พร้อม AMG A35 / A45 S รุ่นปรับโฉมให้แน่นกว่าเดิม

Mercedes-Benz ยกทัพ 2023 A-Class คอมแพ็คซีดาน-แฮทช์แบ็ครุ่นปรับโฉมใหม่ ยกระดับทั้งความสง่างาม ความทันสมัย และสมรรถนะใหม่ของขุมพลัง Mild-Hybrid และ และ PHEV พร้อม ๆ กับการนำเสนอ Mercedes-AMG A 45 S Street Style Edition รุ่นพิเศษ

ด้านรายละเอียดภายนอกนั้นแทบจะปรับดีไซน์ไปจากเดิมน้อยมากจนแทบสังเกตได้ยาก แต่หลัก ๆ จะมีการปรับรายละเอียดกระจังหน้าเล็กน้อย, ไฟหน้าแบบใหม่, ล้อดีไซน์ใหม่ 4 แบบ, ปรับดีเทลไฟท้ายเล็กน้อย และแผงดิฟฟิวเซอร์ท้ายใหม่

สำหรับภายในจะมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดที่ชัดเจนกว่า เริ่มจากตัวเรือนไมล์พร้อมจออินโฟเทนเมนต์ในรุ่นมาตรฐานจะแยกสองจอขนาด 7 และ 10.25 นิ้วตามลำดับ และมีตัวเลือกจอโค้งขนาดใหญ่แบ่งเป็น 2 จอ ขนาด 10.25 นิ้วเท่ากันสำหรับรุ่นบน ๆ พร้อมกับเทคโนโลยี MBUX ที่อัปเดตใหม่ด้วย

คอนโซลกลางที่ปรับปรุงดูเรียบง่าย เนื่องจากไม่มีตัวควบคุมระบบ MBUX แบบแป้นหมุน และช่องแอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากกังหันเทอร์ไบน์, กล้องมองหลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น, รวมถึงพวงมาลัยแบบใหม่พร้อมหุ้มหนัง Nappa

เพิ่มเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ, พอร์ต USB-C เพิ่มเติม และปรับปรุงผู้ช่วยสั่งการผ่านเสียงของ Hey Mercedes และยังได้ปรับปรุงระบบ Driver Assistance Package กับ Parking Package ที่รองรับการช่วยจอดรถแนวยาว และมุมมองกล้องรอบทิศทาง 360 องศา

นอกจากนี้ ด้านวัสดุตกแต่งเองก็ได้มีการปรับใหม่ให้เข้ากับภายในแบบใหม่ อาทิ รุ่นเริ่มต้นมาพร้อมกับเบาะ ARTICO แบบนูนสามมิติเป็นมาตรฐาน ขณะที่ห้องโดยสารของรุ่น Progressive มีโทนสีภายในให้เลือกสีดำ เบจ และสีเทาเสจใหม่, เพิ่มตัวเลือกชิ้นส่วนตกแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ ขณะที่รุ่น AMG จะได้รับการเดินตะเข็บด้ายสีแดง และชิ้นส่วนอะลูมิเนียมขัดเงามาตกแต่งเพิ่มลุคสปอร์ต

และขุมพลังของ A-Class ได้รับการปรับปรุงมอเตอร์ไฟฟ้า 48 โวลต์ Mild-Hybrid เพื่อมอบแรงม้าเสริม 13 แรงม้า รวมถึงปรับปรุง Starter-Generator แบบสายพานให้ทำงานได้ดีขึ้น เพื่อสนับสนุนการทำงานของเครื่องยนต์ ICE ให้ดีขึ้นกว่าเดิม

สำหรับรุ่นปลั๊กอินไฮบริดอย่าง A 250 e ได้มีการปรับปรุงเพิ่มสมรรถนะอีกเล็กน้อย ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่ให้กำลังเพิ่มอีก 7 แรงม้า รวมเป็น 107 แรงม้า พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับได้สูงสุด 11 กิโลวัตต์ และไฟฟ้ากระแสตรง 22 กิโลวัตต์ ซึ่งการชาร์จผ่านไฟฟ้ากระแสตรงแบบใหม่นี้สามารถชาร์จจาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ได้ภายใน 25 นาที

ทางด้าน Mercedes-AMG A 35 (แฮทช์แบ็กและซีดาน) และ A 45 S (เฉพาะแฮทช์แบ็ค) ก็ยังได้รับการอัปเกรดระบบขับเคลื่อนใหม่เช่นกัน โดยเฉพาะในรุ่น A35 ใหม่นี้ได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 48 โวลต์ Mild-Hybrid ด้วยเช่นกัน และยังปรับเปลี่ยนระบบส่งกำลังใหม่เป็นเกียร์ DCT แปดสปีด แทนที่เกียร์เจ็ดสปีดเดิม โดยที่สมรรถนะยังคงเดิมที่ 306 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร

และเพื่อการต้อนรับ 2023 A-Class และ AMG A 35 / A 45 S ทางบริษัทฯ ได้เปิดตัว Mercedes-AMG A 45 S Street Style Edition ที่มาพร้อมกับสีตัวถัง Mountain Grey Magno ตัดกับสีส้มสะท้อนแสงบริเวณแอโร่พาร์ท และดีคอลพิเศษ, ล้ออัลลอยสีดำด้านขนาด 19 นิ้ว, คาลิเปอร์เบรกสีแดง, เบาะหุ้มไมโครไฟเบอร์สีดำพร้อมการตกแต่งด้วยสีส้ม รวมถึงภายในที่ตกแต่งด้วยโทนสีส้ม

เครดิตข้อมูลจาก carscoops.com