คัดลอก URL แล้ว

All-New Fuso eCanter ยกระดับโลจิสติกส์รักษ์โลก ด้วยระบบขับเคลื่อนใหม่ ระบบความปลอดภัยที่ล้ำขึ้น

Mitsubishi FUSO Truck and Bus ยกระดับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ล่าสุด ควบคู่กับการตั้งเป้าพัฒนารถบรรทุกไฟฟ้าเพื่อการผลิตและจัดจำหน่ายทั้งในญี่ปุ่น และทั่วโลก เตรียมวางจำหน่ายในญี่ปุ่นภายในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2023 เป็นต้นไป

โดยรถที่ได้เปิดตัวครั้งนี้คือ All-New eCanter รถบรรทุกขุมพลังไฟฟ้าอเนกประสงค์ที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมตัวเลือกที่หลากหลาย โดยตลาดภายในญี่ปุ่นจะจำหน่ายขนาด 5 – 8 ตัน รวม 28 รุ่น ส่วนตลาดต่างประเทศจะจำหน่ายขนาดตั้งแต่ 4 – 8 ตัน รวม 80 รุ่น เพื่อตอบสนองต่อการใช้งานขนส่งที่หลากหลายในแต่ละพื้นที่ แต่ละภูมิภาค

กำเนิด FUSO eCanter

FUSO eCanter เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ที่ผ่านมา โดยใช้พื้นฐานจาก Canter เจนเนอเรชั่นที่ 8 รุ่น 7.5 ตัน ในฐานะรถบรรทุกไฟฟ้าที่ผลิตเป็นจำนวนมากสำหรับตลาดญี่ปุ่น เพื่อมอบประสบการณ์ธุรกิจโลจิสติกส์พลังงานทางเลือกที่ปลอดมลพิษ และยังถูกนำร่องใช้งานในประเทศอื่น ๆ อาทิ ประเทศในยุโรป อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพื่อศึกษาถึงเทคโนโลยี ประสิทธิภาพการเดินทาง และกลยุทธ์ทางการตลาดจากการใช้งานจริง

ด้วยผลตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งานจริง และเทรนด์เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนไป จึงตัดสินใจที่จะยกระดับสู่เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดนี้

All-New FUSO eCanter ให้มากกว่าแค่รูปลักษณ์ใหม่ ขุมพลังไฟฟ้าใหม่

FUSO eCanter เจนเนอเรชั่นใหม่ มาพร้อมกับการออกแบบภายใต้แนวคิด FUSO e-mobility solutions ด้วยการพัฒนานวัตกรรมสำหรับรถบรรทุกไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหาด้านต้นทุนของรถบรรทุกดีเซลในปัจจุบันตลอดอายุการใช้งาน

เริ่มจาก e-axle รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งรวมมอเตอร์เข้ากับเพลาล้อหลังมีสมรรถนะตั้งแต่ 150 – 175 แรงม้า (PS) จับคู่แบตเตอรี่แบบแยกส่วนเพื่อรองรับการปรับความจุแบตเตอรี่ที่แปรผันตามความยาวของแชสซี และเพลาอิเล็กทรอนิกส์ ระบบขับเคลื่อนจึงมีโครงสร้างที่กะทัดรัด และรองรับการพัฒนารถบรรทุกขนาดต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ อาทิ

S Battery (น้ำหนัก GVW 6T) ความจุแบตเตอรี่ 41 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสุด 80 กม./ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง

M Battery (น้ำหนัก GVW 7.5T) ความจุแบตเตอรี่ 83 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสุด 140 กม./ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง

L Battery (น้ำหนัก GVW 8T) ความจุแบตเตอรี่ 124 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสุด 200 กม./ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง

ประสิทธิภาพการชาร์จนั้น นอกจากจะชาร์จได้รวดเร็วเหมือนรุ่นปัจจุบันแล้ว แต่รุ่นนี้ได้เพิ่มเติมฟังก์ชัน V2X ที่จ่ายไฟจากแบตเตอรี่ออนบอร์ดไปยังบ้านเรือน หรืออุปกรณ์ภายนอกได้เพื่อใช้ในการรับมือภัยพิบัติ

ด้านรูปลักษณ์ของรถได้ขยายขนาดหัวเก๋งสูงถึง 2130 มม. ซึ่งช่วยปรับให้พื้นที่บรรทุกมีความกว้างมากขึ้น และให้รัศมีวงเลี้ยวที่แคบกว่าเดิมซึ่งมีขนาดเพียง 1,700 มม. ส่งนระยะฐานล้อจะมีตั้งแต่ 2,500 ถึง 4,750 มม.

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้ประหยัดยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีควบคุมการเบรก 4 ระดับ, ฟังก์ชันปรับสภาพแบตเตอรี่ล่วงหน้าที่สามารถอุ่นแบตเตอรี่ล่วงหน้าสำหรับรองรับการใช้งานในฤดูหนาว, ฟังก์ชันฮีทเตอร์ประหยัดพลังงาน ที่จะทำความร้อนเฉพาะส่วนที่จำเป็น เช่น เบาะนั่ง และพวงมาลัย

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ

FUSO eCanter มาพร้อมกับการออกแบบบุคลิกใหม่ที่สะท้อนความเป็นรถบรรทุกไฟฟ้าแห่งอนาคตด้วยไฟหน้า – ไฟท้าย LED ควบคู่กับฟีเจอร์ไฟส่องสว่างเพิ่มความปลอดภัย อาทิ ไฟ Daylight, ไฟตัดหมอก, ไฟเลี้ยวที่เด่นชัด

กระจังหน้ามาในรูปแบบเข็มขัดสีดำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ FUSO ผสมผสานกับแถบสีส้ม และสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีหลักของรถบรรทุก EV เพื่อสร้างรูปลักษณ์ที่ล้ำสมัย

ด้านการออกแบบภายในได้รับการปรับปรุงเพื่อการขับขี่ที่สะดวกสบาย ด้วยแผงคอนโซลรูปทรงใหม่ที่ลดความสูงลงและให้พื้นที่กว้างขวาง ด้ามจับที่ยาวขึ้น, เรือนไมล์จอดิจิทัลขนาด 10 นิ้ว เชื่อมโยงกับ FUSO Easy Access Key ซึ่งช่วยให้ล็อค/ปลดล็อกประตูได้ง่าย, ตกแต่งชิ้นส่วนโทนสีส้มเพิ่มความมีชีวิตชีวา, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น และการออกแบบสวิตซ์ควบคุมใหม่ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น

และระบบ Track Connect สำหรับบันทึกข้อมูลการเดินทางและสภาพรถพร้อมบันทึกผ่านระบบ Cloud

ลูกค้าสามารถคัสตอมพิเศษเพื่อรองรับการใช้งานธุรกิจเฉพาะได้ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ “ePTO (Electric Power TakeOff)” และสามารถติดตั้งกระบะไฮดรอลิก, เครนท้ายรถ, รถขนขยะ, รถห้องเย็น และรถบรรทุกหัวลากได้

เทคโนโลยีความปลอดภัยสมัยใหม่

เป็นรุ่นแรกที่ติดตั้ง Active Side Guard Assist 1.0 ซึ่งเป็นฟังก์ชันป้องกันการการชนในระหว่างเลี้ยวซ้าย ประกอบด้วยระบบเบรกอัตโนมัติ พร้อมระบบตรวจจับจุดบอดด้านซ้าย ที่รองรับการตรวจจับนักปั่นจักรยานได้ด้วย

ทุกรุ่นยังได้รับการติดตั้ง Active Brake Assist 5 (ABA5) ใหม่ ซึ่งช่วยยกระดับเบรกอัตโนมัติ ปรับปรุงการจดจำพื้นที่ด้านหน้ารถ และความแม่นยำในการตรวจจับคนเดินถนน

และระบบ Active Attention Assist ใหม่ ที่ช่วยตรวจสอบสมาธิของผู้ขับขี่ ด้วยกล้องหน้าที่ตรวจจับเส้นสีขาวบนถนน เซ็นเซอร์ต่างๆ และกล้องจดจำใบหน้า พร้อมฟังค์ชั่นเตือนผู้ขับขี่เมื่อเกิดการหันเหความสนใจในระหว่างขับรถ หรือตรวจจับอาการเหนื่อยล้า

ให้มากกว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อ ด้วยบริการที่เป็นมิตรแก่ลูกค้า

นอกจากนี้ แนวคิด FUSO e-mobility solutions ยังครอบคลุมถึงการบริการลูกค้าให้มีความมั่นใจในการใช้งานรถบรรทุกไฟฟ้ามากขึ้น ตั้งแต่การนำเสนอสถานีชาร์จรถบรรทุกไฟฟ้า, ให้การปรึกษาด้านการเงิน การบำรุงรักษา การดูแลลูกค้า การให้คำปรึกษาด้านการชาร์จกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงบริการรีไซเคิลแบตเตอรี่ และบริการรถมือสอง

ซึ่งจะช่วยให้แผนการผลัดเปลี่ยนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์จากรถบรรทุก ICE สู่ขุมพลังไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่น และลูกค้าทั่วโลกเป็นไปอย่างราบรื่นในอนาคต

คงต้องรอลุ้นกันว่า FUSO eCanter จะมีแพลนจำหน่ายในไทยในอนาคตหรือไม่?

เครดิตข้อมูลจาก mitsubishi-fuso.com 1, 2