คัดลอก URL แล้ว
ร้องไห้ง่าย อ่อนไหวกับเรื่องเล็กๆ 8 สาเหตุที่อาจเป็นต้นตอของน้ำตา

ร้องไห้ง่าย อ่อนไหวกับเรื่องเล็กๆ 8 สาเหตุที่อาจเป็นต้นตอของน้ำตา

เราทุกคนล้วนมีช่วงเวลาที่ดีและไม่ดีในชีวิต และบางครั้งคุณอาจพบว่าตัวเองน้ำตาไหลโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ถ้าคุณรู้สึกว่ามีอารมณ์ผิดปกติคือไม่เคยอ่อนไหวง่ายๆ แบบนี้มาก่อนแล้วล่ะก็.. สิ่งสำคัญคือต้องคิดให้ออกว่าเกิดอะไรขึ้น สาเหตุคืออะไร และนี่อาจจะเป็น 8 เหตุผลที่อาจเป็นต้นตอของน้ำตา

1.นอนหลับไม่เพียงพอ

ปกติมนุษย์เราควรนอนหลับ 7 – 9 ชั่วโมงต่อวัน แต่ถ้าคุณนอนไม่พอบ่อยๆ ก็อาจจะส่งผลกระทบทางด้านอารมณ์ได้ ทำให้อะไรๆ รอบตัวกลายมาเป็นความอ่อนไหวกระทบจิตใจได้ง่ายๆ และอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณร้องไห้ง่ายๆ

2.ความเครียดและความเหนื่อยหน่าย

การใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความเครียดหรือความกดดัน ที่รุนแรงอาจทำให้คุณรู้สึกหมดไฟ ว่างเปล่า และหมดแรง ซึ่งอาจจะทำให้คุณร้องไห้ได้ง่ายกว่าปกติ นอกจากความเครียดจะกระทบต่อสภาพจิตใจแล้ว ยังมีผลกระทบต่อร่างกายของคุณได้ด้วยนะ เช่น คุณอาจจะมีอาการ ปวดศีรษะ ปวดท้อง หรือปวดเมื่อยตามร่างกาย ร่วมด้วย หากคุณทำงานหนักเกินไป อยู่ภายใต้แรงกดดันตลอดเวลา หรือทำงานในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง อาจถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องหยุดพักไปคลายเครียดบ้าง

3.อาการก่อนมีประจำเดือน

คุณรู้สึกร้องไห้ อารมณ์เสีย หรือท้องอืด ในช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือไม่? อาการเหล่านั้นคืออาการก่อนมีประจำเดือนที่เรียกว่า Premenstrual Syndrome (PMS) โดยผู้หญิงหลายคนมักจะมีอาการหงุดหงิดในช่วงก่อนเป็นประจำเดือน 1 – 2 สัปดาห์ และนี่ก็อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คุณมีอารมณ์อ่อนไหวกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนร้องไห้

4.ภาวะวัยทอง

หากคุณอายุอยู่ในช่วงวัยสามสิบปลายๆ หรือสี่สิบต้นๆ นี่คือสิ่งที่คุณควรระวัง การร้องไห้ง่ายกว่าปกติ อาจบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อารมณ์แปรปรวน มีอาการร้อนวูบวาบ และนอนหลับไม่สนิท ล้วนเป็นสัญญาณของภาวะวัยหมดประจำเดือน ซึ่งอาจจะส่งผลให้คุณรู้สึกหดหู่ วิตกกังวล เพราะอารมณ์แปรปรวน

5.ภาวะ Pseudobulbar Affect

ภาวะการแสดงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ผู้ป่วยโรคนี้มักจะแสดงอาการออกมา 2 แบบ คือ ร้องไห้ผิดปกติ (Pathological crying) และหัวเราะผิดปกติ (Pathological laughing) มักพบในผู้ที่มีอาการบาดเจ็บที่สมอง อาทิ โรคเส้นเลือดในสมอง โรคที่เกิดจากการติดเชื้อในสมอง โรคเนื้องอกในสมอง ฯลฯ

6.ขาดวิตามินบี 12

วิตามินบี 12 มีบทบาทสำคัญในการรักษาเลือดและเซลล์ประสาทให้แข็งแรงและช่วยสร้าง DNA การขาดสารอาหารนี้อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าและทำให้เกิดอาการน้ำตาไหล นอกจากนี้ยังสามารถนำไปสู่อาการต่างๆ เช่น อ่อนแรง เหนื่อยล้า น้ำหนักลด เบื่ออาหาร ท้องผูก ปัญหาทางระบบประสาท ปัญหาการทรงตัว ความจำไม่ดี สับสน เจ็บในลิ้นหรือปาก และโรคโลหิตจาง ทั้งนี้ วิตามิน B12 สามารถพบได้ในอาหารประเภท เนื้อ นม ไข่ และปลา

7.ปัญหาต่อมไทรอยด์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ซึ่งเป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์ของคุณผลิตฮอร์โมนไม่เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุของอาการน้ำตาไหล

8.อาการซึมเศร้า

อาการซึมเศร้า เป็นโรคทางอารมณ์ที่อาจส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคุณ นอกจากการร้องไห้โดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนแล้ว คุณอาจมีอาการต่างๆ ดังนี้ด้วย เช่น หดหู่ เศร้า สิ้นหวัง สะเทือนใจง่าย อ่อนไหวมากกว่าปกติ หมดความสนใจในกิจกรรมที่เคยทำแล้วสนุก อาจจะนอนหลับมากเกินไปหรือน้อยเกินไป

หากสำรวจข้อมูลทั้งหมดแล้ว คุณมีพฤติกรรมเข้าข่าย แล้วต้องการที่จะออกจากปัญหานี้ แนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง

ที่มา : curejoy : Why Do I Cry For No Reason?


WRITER