คัดลอก URL แล้ว
7 สัญญาณเตือน โรคมะเร็ง ที่สังเกตได้จากความผิดปกติของร่างกาย

7 สัญญาณเตือน โรคมะเร็ง ที่สังเกตได้จากความผิดปกติของร่างกาย

การหมั่นสังเกตสัญญาณเตือน “มะเร็ง” เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ ด้วยปัจจุบันมะเร็งยังเป็นอันดับหนึ่งของโรคร้าย ที่มีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มสูงมากขึ้นทุกปี การสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย หมั่นตรวจร่างกายสม่ำเสมอทุกปีช่วยลดความรุนแรงของมะเร็ง และเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาได้ทันท่วงที

ตรวจพบเชื้อมะเร็งเร็ว โอกาสหายมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

การตรวจพบเชื้อ โรคมะเร็ง ในระยะเริ่มแรก พร้อมการรักษา และปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพิ่มโอกาสที่จะรักษาหายได้มากถึง 20-80% อีกทั้งยังช่วยลดทอนระยะเวลา ขั้นตอนการรักษา รวมไปถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้กว่า 60% เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ตรวจพบในระยะมะเร็งที่แสดงออกชัดเจน หรือเชื้อมะเร็งลุกลามเข้าสู่ระยะสุดท้าย ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็นมะเร็ง เนื่องจากระยะเริ่มแรกของมะเร็งจะไม่แสดงอาการให้เห็นได้ชัดเจน

7 สัญญาณเตือนของ โรคมะเร็ง ที่สังเกตจากความผิดปกติของร่างกายได้

มะเร็งยังคงเป็นภัยเงียบ ที่ไม่สามารถสังเกตเห็นอาการได้ชัดเจนเหมือนโรคอื่น ๆ เนื่องจากระยะเริ่มแรกอาจไม่ได้แสดงอาการที่รุนแรงออกมา โดยอาการที่จะแสดงออกมานั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดก้อนเนื้อและการแพร่กระจายในบริเวณอวัยวะข้างเคียง โดยลักษณะอาการที่แสดงอาจเห็นได้ในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่นอกเหนือจากส่วนอวัยวะที่เป็นมะเร็งด้วย เนื่องจากสัญญาณเตือนมะเร็งส่วนใหญ่มีความคล้ายคลึงกับอาการเจ็บป่วยทั่วไป

นายแพทย์ธนุตม์ ก้วยเจริญพานิชก์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางโรคมะเร็งแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยถึง 7 สัญญาณเตือนของโรคมะเร็ง ที่สามารถสังเกตความผิดปกติร่างกายได้ดังต่อไปนี้

1.สัญญาณผิดปกติของระบบขับถ่าย

พบอาการท้องผูกสลับกับท้องเสียเรื้อรังในระยะเวลาต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณเตือนจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งที่บริเวณทวารหนัก แต่หากมีอาการทางปัสสาวะติด ๆ ขัด ๆ หรือต้องอาศัยแรงเบ่งกว่าปกติ อาการนี้อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนมะเร็งต่อมลูกหมากได้

2.สัญญาณผิดปกติจากแผลเรื้อรัง

ถ้ามีแผลในช่องปากเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน ให้ระวังมะเร็งช่องปาก แต่หากมีแผลเรื้อรังที่ผิวหนัง อาจเป็นมะเร็งผิวหนัง หรือแผลเรื้อรังในกระเพาะอาหารแบบรู้สึกแสบท้อง อาจเกิดจากมะเร็งกระเพาะอาหารได้เช่นกัน

3.สัญญาณผิดปกติจากก้อนเนื้อที่เกิดขึ้นบนร่างกาย

ควรหมั่นสังเกตสิ่งผิดปกติบนร่างกาย หากพบก้อนเนื้อเกิดขึ้นบนร่างกาย เช่น บริเวณรักแร้ ขาหนีบ หรือคอ ที่เรื้อรังอย่างต่อเนื่อง อาจต้องระวังเพราะอาการเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของต่อมน้ำเหลืองและอาจเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และต่อมาหากสังเกตแล้วพบก้อนเนื้อโตบริเวณหน้าอก หรือเต้านม ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ของมะเร็งเต้านม หากสัมผัสหรือพบก้อนเนื้อที่ผิวหนัง ถือเป็นสัญญาณที่ควรระวังเกี่ยวกับมะเร็งเนื้อเยื่อพังผืด และสุดท้ายคืออาการผิดปกติภายในช่องปากที่หลายคนอาจละเลย เมื่อพบเจอก้อนเนื้อเล็ก ๆ อาการนี้คือสัญญาณของมะเร็งในช่องปาก

4.สัญญาณผิดปกติจากระบบทางเดินอาหาร

สังเกตได้จากเวลาการรับประทานอาหาร หากมีอาการกลืนอาหารไม่ลงหรือรู้สึกติดขัดภายในลำคอ ต้องใช้ความพยายามในการกลืนมากกว่าปกติ นั้นคือสัญญาณเตือนให้ระวังมะเร็งหลอดอาหาร นอกจากนี้ ยังมีอาการท้องอืด ปวดท้องเรื้อรัง ที่เป็นอาการบ่งชี้ความเสี่ยงมะเร็งระบบทางเดินอาหาร แต่ถ้าน้ำหนักตัวลดอย่างรวดเร็ว หรือมีอาการเบื่ออาหารไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะนั้นอาจเป็นอาการเริ่มแรกของโรคมะเร็งได้หลายชนิด

5.สัญญาณผิดปกติจากไฝหรือหูด

หากพบว่าหูดหรือไฝตามร่างกายมีการเปลี่ยนไปอย่างผิดปกติ เช่น ขยายใหญ่ขึ้น เป็นก้อนโตขึ้น นั่นอาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนจากโรคมะเร็งผิวหนัง

6.สัญญาณจากอาการเลือดออกผิดปกติ

สำหรับผู้หญิง หากมีอาการเลือดออกหรือตกขาวผิดปกติทางช่องคลอด อาจเป็นอาการบ่งชี้ของมะเร็งปากมดลูกได้ แต่ถ้าถ่ายเป็นเลือดหรือถ่ายยากจนทรมานควรระวังภาวะความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งที่บริเวณทวารหนัก หากมีปัสสาวะเป็นเลือดก็ต้องระวังเช่นกัน เพราะอาจเป็นอาการเริ่มแรกของความเสี่ยงที่เป็นมะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ ยังมีอาการของเลือดกำเดาไหล ที่หลายคนเชื่อว่าเป็นเพราะอากาศร้อน แต่หากอุณภูมิปกติและมีเลือดกำเดาไหลโดยไม่ทราบสาเหตุอยู่บ่อยครั้ง ถือเป็นสัญญาณของมะเร็งโพรงจมูก และสุดท้ายคืออาการเลือดออกทางหัวนมที่อาจเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมได้

7.สัญญาณจากการไอที่ผิดปกติ

อาการไอเรื้อรัง หรือไอหนักจนเสียงแหบแห้ง นับเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ง่ายและชัดที่สุด แต่กลับเป็นอาการที่หลายคนละเลย มองเป็นอาการปกติ ซึ่งในที่สุดอาจกลายเป็น มะเร็งปอด มะเร็งหลอดลม หรือมะเร็งกล่องเสียงได้

การตรวจสุขภาพ

การหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ถือเป็นอีกเกราะป้องกันโรคมะเร็งและโรคร้ายอื่น ๆ ปัจจุบันการตรวจคัดกรองด้านสุขภาพคือเป็นปัจจัยที่สำคัญ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มโรคทั่วไป และกลุ่มที่สองคือ การตรวจคัดกรองสุขภาพด้านโรคมะเร็ง ซึ่งการตรวจเฉพาะด้านมะเร็งนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน เช่น เพศ อายุ ประวัติครอบครัว รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่เป็นปัจจัยบ่งชี้ความเสี่ยงของโรคมะเร็งที่ชัดเจนมากขึ้น


WRITER