จากเหตุการณ์ที่ “นุ่น รมิดา” และ “หลุยส์ สก๊อต” ต้องสูญเสียลูกสาวคนแรกไปอย่างกะทันหันก่อนกำหนดคลอดเพียงไม่กี่สัปดาห์ โดยมีสาเหตุหลักมาจากภาวะ “มดลูกแตก (Uterine Rupture)” ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิตทั้งแม่และเด็ก บทความนี้ขอสรุปไทม์ไลน์และข้อมูลความรู้เพื่อเป็นอุทาหรณ์และแนวทางสังเกตอาการสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกท่าน

เปิดไทม์ไลน์นาทีชีวิต
- 12 กันยายน 2568: ทั้งคู่ประกาศข่าวดีว่าคุณนุ่นตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน โดยมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษเนื่องจากมีประวัติ ผ่าตัดเนื้องอกมดลูก (Myomectomy) เมื่อ 5 ปีก่อน
- 10 มกราคม 2569 (ช่วงสาย): ขณะอายุครรภ์ได้ 36 สัปดาห์ 6 วัน คุณนุ่นเกิดอาการปวดท้องรุนแรง จุกแน่น และวูบหมดสติภายในบ้าน
- นำส่งโรงพยาบาลด่วน: แพทย์พบว่าคุณนุ่นอยู่ในสภาวะช็อก ความดันต่ำมาก และมีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมหาศาล
- วินาทีบีบหัวใจ: ผลอัลตราซาวด์ยืนยันว่าทารกในครรภ์ไม่มีสัญญาณชีพแล้ว ทีมแพทย์ต้องตัดสินใจผ่าตัดด่วนเพื่อ “รักษาชีวิตแม่” ไว้ก่อน
- ผลการผ่าตัด: พบมดลูกแตกยาวถึง 7 เซนติเมตร บริเวณรอยแผลเก่าจากการผ่าตัดเนื้องอก คุณนุ่นต้องรักษาตัวใน ICU นานถึง 4 วัน จากภาวะน้ำท่วมปอดและเสียเลือดมาก
- 29 มกราคม 2569: ทั้งคู่ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อแชร์ประสบการณ์เป็นอุทาหรณ์ พร้อมวอนขอความเห็นใจในการงดแชร์รูปภาพของลูกน้อย
ภาวะมดลูกแตก (Uterine Rupture) คืออะไร?
คือการที่ผนังกล้ามเนื้อของมดลูกเกิดการปริหรือฉีกขาด ส่วนใหญ่เกิดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ หรือระหว่างการรอคลอด ส่งผลให้ทารกและรกอาจหลุดออกมาอยู่ในช่องท้องของแม่ ทำให้แม่ตกเลือดอย่างรุนแรงและทารกขาดออกซิเจนฉับพลัน
ใครคือกลุ่มเสี่ยง?
- ผู้ที่มีรอยแผลเป็นที่มดลูก: เช่น เคยผ่าคลอด (C-Section) หรือเคยผ่าตัดเนื้องอกมดลูก (Myomectomy) เหมือนกรณีของคุณนุ่น
- มดลูกขยายตัวมากเกินไป: เช่น ครรภ์แฝด หรือภาวะน้ำคร่ำมากผิดปกติ
- ภาวะการคลอดที่ผิดปกติ: เช่น ทารกอยู่ในท่าขวาง หรือการใช้ยากระตุ้นคลอดเกินขนาด
อันตรายและผลกระทบ
ต่อทารก: มีโอกาสเสียชีวิตสูงมากภายในไม่กี่นาทีเนื่องจากขาดอากาศและเลือดไปเลี้ยง
ต่อมารดา: อันตรายถึงชีวิตจากการตกเลือดภายในอย่างรุนแรง นำไปสู่สภาวะช็อก ไตวาย หรืออวัยวะล้มเหลว หากแพทย์ไม่สามารถหยุดเลือดได้ อาจจำเป็นต้องตัดมดลูกทิ้งเพื่อรักษาชีวิต
ข้อสังเกตและวิธีป้องกัน
หากคุณแม่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีประวัติเคยผ่าตัดมดลูก มีอาการดังต่อไปนี้ ต้องรีบพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอ:
- ปวดท้องรุนแรงฉับพลัน หรือปวดต่อเนื่องไม่หยุด
- มีเลือดออกทางช่องคลอด
- ทารกหยุดเคลื่อนไหวหรือดิ้นน้อยลงอย่างผิดปกติ
- มีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือใจสั่น (สัญญาณของการเสียเลือดภายใน)
บทเรียนสำคัญ: การแจ้งประวัติการผ่าตัดมดลูกอย่างละเอียดแก่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการเฝ้าระวังในช่วงใกล้คลอดอย่างใกล้ชิด คือหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยงจากภาวะวิกฤตนี้
ขอแสดงความเสียใจและร่วมส่งกำลังใจให้คุณนุ่นและคุณหลุยส์มา ณ ที่นี้
บทความแนะนำ