จากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นกับคุณนุ่นและคุณหลุยส์ ซึ่งต้องเผชิญกับภาวะ “มดลูกแตก” อันเป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง หลายครอบครัวที่มีปัญหามดลูกไม่สมบูรณ์จึงเริ่มตั้งคำถามว่า เทคโนโลยี ICSI (อิ๊กซี่) จะเข้ามาเป็นทางออกที่ช่วยลดความเสี่ยงและเติมเต็มความฝันในการมีลูกได้อย่างไร?
ICSI คืออะไร? ทำไมถึงแม่นยำกว่าการทำเด็กหลอดแก้วทั่วไป
ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) คือเทคโนโลยีการทำเด็กหลอดแก้วที่อัปเกรดความแม่นยำขึ้นไปอีกขั้น เพื่อเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิให้สูงที่สุด
- IVF แบบเดิม: ปล่อยให้อสุจิหลายตัวว่ายไปเจาะไข่เองในจานเพาะเชื้อ (อาจไม่สำเร็จหากอสุจิไม่แข็งแรงพอ)
- ICSI: นักวิทยาศาสตร์จะคัดเลือก “อสุจิที่แข็งแรงที่สุดเพียงตัวเดียว” แล้วใช้เข็มขนาดเล็กฉีดเข้าไปในเนื้อไข่โดยตรง เพื่อการันตีการปฏิสนธิที่แน่นอนกว่า

ทำไมคน “มดลูกเคยมีปัญหา” ถึงควรเลือกทำ ICSI?
สำหรับผู้ที่มีประวัติมดลูกไม่แข็งแรง เคยผ่าตัดเนื้องอก หรือเคยมีภาวะมดลูกแตก การทำ ICSI ไม่ใช่แค่การช่วยให้ท้องง่ายขึ้น แต่คือ “การวางแผนความปลอดภัย” ในทุกขั้นตอน:
- คัดตัวอ่อนที่สมบูรณ์ที่สุด: ช่วยลดความเสี่ยงในการแท้ง เพราะสามารถตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน (NGS) ก่อนใส่กลับเข้าสู่มดลูก
- คุมจำนวนทารก ลดโอกาสมดลูกแตกซ้ำ: แพทย์จะแนะนำการย้ายตัวอ่อนเพียง “1 ตัว” (Single Embryo Transfer) เพื่อหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์แฝด ซึ่งจะทำให้มดลูกขยายตัวมากเกินไปจนเสี่ยงต่อการฉีกขาดของแผลเดิม
- เตรียมความพร้อมผนังมดลูก: กระบวนการ ICSI ช่วยให้แพทย์สามารถใช้ฮอร์โมนควบคุมให้สภาพมดลูกมีความพร้อมที่สุดสำหรับการฝังตัว ซึ่งแม่นยำและควบคุมได้ดีกว่าการตั้งครรภ์ธรรมชาติ
ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ ICSI?
- ฝ่ายหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป: เปลือกไข่เริ่มหนาจนอสุจิเจาะเองลำบาก
- ผู้ที่มีประวัติมดลูกผิดปกติ: ต้องการการตั้งครรภ์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน
- ฝ่ายชายมีปัญหา: อสุจิน้อย วิ่งช้า หรือรูปร่างไม่สมบูรณ์
- เคยทำ IVF แล้วผิดหวัง: ไข่ไม่ปฏิสนธิจากการทำวิธีปกติ

การมีปัญหามดลูกไม่ได้หมายความว่าโอกาสการเป็นแม่จะหมดไป แต่นั่นหมายถึงคุณต้อง “วางแผนให้รัดกุมกว่าเดิม” ICSI จึงเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความแม่นยำ และช่วยให้คุณแม่ที่เคยผ่านนาทีวิกฤต สามารถกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุด
“เพราะการเป็นแม่ คือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกและตัวคุณเอง”
บทความแนะนำ