วานนี้ ( 22 มี.ค.) เมื่อเวลา 18.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกันต์พงษ์ พิพัฒมนตรีกุล นายอำเภอแม่สอด สั่งการให้ นายอรรถวุฒิ จันทร์เจริญ ปลัดป้องกันอำเภอแม่สอด พร้อมด้วยสมาชิก อส.ร้อย.อส.อ.แม่สอด 3 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหารราชมนู กองร้อยทหารราบที่ 1411 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด เจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 6 เจ้าหน้าที่ศุลกากรแม่สอด ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หมู่ 3 ตำบล ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก สืบทราบว่าพบรถต้องสงสัย คาดการเตรียมส่งน้ำมันดีเซล ข้ามฝั่งเมียนมา
จึงเดินทางไปยังพื้นที่บริเวณ ท่าข้ามธรรมชาติแห่งหนึ่ง อบ้านท่าอาจ หมู่ 3 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อไปถึงท่าข้ามดังกล่าวพบรถบรรทุกวัตถุไวไฟ ทะเบียน 73-11469 สระบุรี จอดอยู่ฝั่งไทย มีนายสิทธิ์ รับเป็นคนขับรถ และชายชาวเมียนมารับว่าเป็นดำเนินการขนน้ำมัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งตรวจสอบ ในถังบรรทุกบนรถพบว่าเป็นน้ำมันดีเซลจำนวน 20,000 ลิตร และขอดูเอกสารต่างๆที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ไม่ปรากฏนำมาแสดง
นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์ถังน้ำมันในบริเวณโกดัง ขนาด 4500 ลิตร 2 ถัง มีน้ำมันอยู่ 300 ลิตร , ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร จำนวน 101 ถัง , ถังน้ำมันขนาด 30 ลิตร จำนวน 85 ถัง ภายในยังไม่ได้บรรจุน้ำมันไว้ คาดเตรียมการไว้ก่อนบรรจุ ในโกดังบริเวณท่าช่องทางธรรมชาติดังกล่าว ขณะเข้าจับกุมตรวจยึดขบวนการขนน้ำมันเถื่อน ได้จับกุม นายสิทธิ์ สัญชาติไทย นาย หน่าย สัญชาติเมียนมา ไปทำการสอบสวนและเตรียมแจ้งข้อกล่าว ดำเนินคดีในข้อหา พยายามส่งเชื้อเพลิงออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นสิ่งของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร ไปยังต่างประเทศ
ชุดจับกุมจึงทำการตรวจยึดรถ 10 ล้อบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล จำนวน 20,000 ลิตรไว้เป็นกลาง และถังสีฟ้าพลาสติกเตรียมบรรจุน้ำมัน 188 ถัง ไว้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ แม่สอด ดำเนินคดี 2 ผู้ต้องหาและจะออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนนำน้ำมันข้ามฝั่งเมียนมาอีกด้วย