รัฐบาลประชุมร่วมภาคเอกชน ยกระดับปราบทุจริต “ปกรณ์ นิลประพันธ์” ย้ำนายกฯ เอาจริงปิดช่องโหว่คอร์รัปชัน ขณะเอกชนเตรียมเสนอแก้กฎหมาย 6-7 กลุ่มธุรกิจ ลดปัญหาสินบนและสร้างความเชื่อมั่นการลงทุน
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนเพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เพราะมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของประเทศ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานรัฐเร่งสำรวจจุดเสี่ยงและช่องโหว่ในระบบที่อาจนำไปสู่การทุจริต ก่อนจัดทำรายงานเสนอคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริตที่รัฐบาลตั้งขึ้น
รัฐบาลยังเตรียมเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายลำดับรองในหลายกลุ่มธุรกิจ หลังภาคเอกชนสะท้อนปัญหาที่อาจเปิดช่องให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ โดยภายในวันที่ 10 มิถุนายน ภาคเอกชนจะเสนอแนวทางแก้ไขกฎหมายเข้าสู่รัฐบาล ก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ law.go.th และให้สำนักงาน ก.พ.ร. สรุปเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปรับปรุงอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านภาคเอกชน นำโดยนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทย ระบุว่า การตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวช่วยสร้างความมั่นใจให้เอกชนในการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาทุจริตมากขึ้น พร้อมยืนยันว่า ข้อมูลที่จัดทำร่วมกับหน่วยงานวิชาการ เช่น มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทีไอเจ และทีดีอาร์ไอ เป็นข้อมูลเชิงโครงสร้างเพื่อสะท้อนปัญหาในระบบ ไม่ได้มุ่งชี้ตัวบุคคลเพื่อดำเนินคดี แต่ต้องการผลักดันให้เกิดการปฏิรูประบบราชการและลดช่องว่างการคอร์รัปชันในระยะยาว
ขณะเดียวกัน รองศาสตราจารย์ ธนวรรธน์ พลวิชัย ระบุว่า ข้อมูลผลสำรวจและกระบวนการจัดเก็บข้อมูลจะถูกส่งให้กรมควบคุมมลพิษภายในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ โดยย้ำว่า จุดประสงค์หลักคือการชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างและกระบวนการทำงานที่อาจมีช่องโหว่ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำไปวิเคราะห์และปรับปรุงการทำงานต่อไป