คัดลอก URL แล้ว
รัฐบาลยันไทยมีน้ำมันสำรอง 90 วัน หลังฮอร์มุซปิด

รัฐบาลยันไทยมีน้ำมันสำรอง 90 วัน หลังฮอร์มุซปิด

รัฐบาลประชุมประเมินสงครามตะวันออกกลาง ย้ำไทยมีน้ำมันสำรองรวม 90 วัน แม้พึ่งพาตะวันออกกลางราว 50% พร้อมเร่งหาแหล่งพลังงานใหม่และคุมเข้มราคาสินค้า

รัฐบาลยันไทยมีน้ำมันสำรอง 90 วัน หลังฮอร์มุซปิด

ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 18.15 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งใช้เวลาหารือราว 2 ชั่วโมง

นายพิพัฒน์ ระบุว่า รัฐบาลเข้าใจความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบด้านพลังงานจากสถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซีย โดยเฉพาะกรณีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยืนยันว่าประเทศไทยมีการเตรียมพร้อมด้านพลังงานแล้ว ปัจจุบันประเทศไทยมีน้ำมันสำรองที่สามารถรองรับการใช้งานได้ประมาณ 60 วัน หากไม่มีน้ำมันดิบเข้าสู่ประเทศ อย่างไรก็ตาม ไทยพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางประมาณ 50% เท่านั้น อีกครึ่งหนึ่งนำเข้าจากแหล่งอื่น ดังนั้นแม้เกิดการหยุดชะงักจากตะวันออกกลาง ก็ยังมีปริมาณสำรองรวมที่สามารถรองรับการใช้พลังงานได้ถึงประมาณ 90 วัน

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานกำลังเร่งประสานงานกับหลายประเทศเพื่อจัดหาน้ำมันดิบ ก๊าซ LNG และเชื้อเพลิงอื่นเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อป้อนโรงไฟฟ้า ขณะเดียวกันประเทศไทยยังมีแหล่งพลังงานทางเลือก เช่น โซลาร์ฟาร์ม พลังงานลม พลังน้ำจากเขื่อนในประเทศและไฟฟ้าที่รับซื้อจาก สปป.ลาว รวมถึงการใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันปาล์ม ซึ่งเคยนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าในช่วงวิกฤตยูเครน–รัสเซีย โดยยังมีระบบรองรับอยู่ที่โรงไฟฟ้าบางปะกง

ด้านการดูแลค่าครองชีพ นายพิพัฒน์กล่าวว่า รัฐบาลยังใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดูแลราคาพลังงานตามมาตรการตรึงราคาน้ำมัน 15 วันตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศ โดยปัจจุบันกองทุนมีสถานะเป็นบวกประมาณ 2,500 ล้านบาท จึงยังมีศักยภาพในการช่วยพยุงราคาพลังงานในช่วงสถานการณ์ผันผวน

ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจสอบการกักตุนสินค้าและการปรับราคาที่ไม่สมเหตุสมผล หากพบการกระทำผิดจะใช้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการดำเนินการทันที โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1569

ในส่วนของภาคเอกชน นายเกรียงไกร เธียรนุกูล ระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมได้ติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิด และได้รับข้อมูลชัดเจนว่าพลังงานในประเทศยังไม่ขาดแคลน อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนจะรณรงค์การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังติดตามความเสี่ยงด้านต้นทุนการขนส่งทางเรือ เนื่องจากเส้นทางผ่านตะวันออกกลางอาจส่งผลให้ค่าระวางเรือและค่าประกันเพิ่มขึ้น

ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวว่า ไทยกำลังเร่งเจรจาเพิ่มปริมาณการนำเข้าน้ำมันจากแหล่งเดิมที่อยู่นอกตะวันออกกลาง เช่น แอฟริกาตะวันตก รวมถึงพิจารณาแหล่งใหม่ในภูมิภาคเอเชียและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอรองรับการใช้ภายในประเทศต่อเนื่อง และรักษาระดับสำรองพลังงานไว้ในระดับที่ปลอดภัย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง