คัดลอก URL แล้ว
[THE OPINION] ครบ 4 เดือน ยูเครน – รัสเซีย การสู้รบยังติดหล่มทั้งสองฝ่าย และ ศก.โลกก็เช่นกัน

[THE OPINION] ครบ 4 เดือน ยูเครน – รัสเซีย การสู้รบยังติดหล่มทั้งสองฝ่าย และ ศก.โลกก็เช่นกัน

KEY :

หลังจากที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตียูเครน ในเช้าตรู่ของวันที่ 24 ก.พ. 2565 ซึ่งผ่านมาแล้ว 120 วันหลังการเปิดการโจมตี สถานการณ์ในยูเครนยังคงมีการสู้รบกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และชาติพันธมิตรของยูเครน ยังคงทยอยส่งอาวุธต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ รัสเซียมีการปรับแผนเข้าสู่ระยะที่ 2 โดยถอนกำลังออกมาจากการปิดล้อมกรุงเคียฟ และเน้นมาปรับแนวการรุกทางด้านตะวันออกของยูเครน ในภูมิภาคดอนบาสอย่างจริงจังมากขึ้น นำไปสู่การยึดฐานที่มั่นของกองกำลัง Azov ในมาริอูปอลได้ในที่สุด

แต่.. สถานการณ์ในขณะนี้ ทั้งสองว่า ยังอยู่ในสภาวะ “ติดหล่ม” ที่ต่างฝ่ายต่างยังไม่สามารถรุกคืบได้มากนัก สถานการณ์ในบางจุดยูเครนได้เปรียบในการรุกไล่ทวงคืนพื้นที่ ในขณะที่บางจุด รัสเซียก็รุกคืบเข้าปิดล้อมพื้นที่เพิ่มได้เช่นกัน

เกิดอะไรขึ้นกับทั้งสองฝ่าย ที่ทำให้การสู้รบอยู่ในภาวะติดหล่ม ส่อแววยืดเยื้อต่อเนื่อง?

สถานการณ์ติดหล่มของยูเครน

แม้ว่ายูเครนจะได้รับการสนับสนุนต่าง ๆ จากชาติในกลุ่มนาโต้อย่างมาก โดยเฉพาะในด้านของอาวุธ-ยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องยอมรับว่า ยูเครนเอง ก็เผชิญปัญหาต่าง ๆ อยู่ไม่น้อย และมีปัญหาที่ค่อนข้างหลากหลายทีเดียว นั่นทำให้การบุกทางคืนพื้นที่ในบางจุดของยูเครนทำได้ไม่ดีนัก

(แฟ้มภาพซินหัว : ทหารยูเครน)

เริ่มขาดกำลังพล

จากความสูญเสียที่เกิดขึ้นนั้น เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา ปธน. โวโลดีมีร์ เซเลนสกีขอยูเครนได้กล่าวถึงความสูญเสียของกำลังพล โดยระบุว่า มีทหารยูเครนเสียชีวิตจากการสู้รบราว 60-100 นายต่อวัน ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ในขณะที่ นาย Oleksiy Arestovych ที่ปรึกษาของปธน.ยูเครน ระบุกับสำนักข่าว The Guardian ว่า ยูเครนสูญเสียกำลังทหารทั้งจากการเสียชีวิตและบาดเจ็บราว 600 – 1000 คนต่อวัน ซึ่งในสัปดาห์นี้ ตัวเลขความสูญเสียอยู่ที่ 150 คน และบาดเจ็บอีกราว 800 คน/วัน ส่วนนาย Mykhaylo Podolyak ระบุว่า มีทหารยูเครนเสียชีวิตราว 100-200 คน/วัน

จากสถานการณ์นี้ ทำให้ยูเครนขาดแคลนกำลังพลบางส่วนในการต่อต้านแนวบุกของรัสเซีย และกำลังต้องเร่งในการเกณฑ์ทหารเพิ่ม ทำให้ใน Telegram ของหลายแหล่งเผยแผ่คลิปและภาพ ที่ทหารยูเครน นำหมายไปยังสถานที่ต่าง ๆ เพื่อส่งหมายเรียกประจำการมากขึ้น

นานาปัญหากับทหารใหม่

ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทำให้ยูเครนต้องเร่งในการฝึกทหารใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการพลเรือนมาฝึกใช้อาวุธเพื่อเป็นทหารออกไปสู้รบกับกองทัพรัสเซียดูจะเป็นปัญหากับกองทัพยูเครนไม่น้อย ซึ่งในรายงานขณะนี้พบปัญหาบางอย่างเช่น

(แฟ้มภาพซินหัว : ทหารยูเครนนำกิ่งไม้มาวางบังรถหุ้มเกราะในภูมิภาคดอนบาสส์)

การฝึกที่สั้นเกินไป

ในการฝึกทหารใหม่ รวมถึงการฝึกการใช้อาวุธสมัยใหม่จากชาติพันธมิตรในขณะนี้ล้วนแล้วแต่เป็น “หลักสูตรเร่งรัด” เพื่อส่งทหารออกไปยันแนวการบุกของรัสเซียให้ทัน ทหารบางส่วนพร้อมรบ บางส่วนยังไม่พร้อมเต็มที่ และถูกส่งออกไปสู้รบ

เช่นเดียวกับการฝึกใช้อาวุธบางอย่างที่ทันสมัยเช่น Javelin, NLAW จำเป็นต้องใช้ทักษะบางอย่าง ทำให้ทหารที่มีเกินวัย 40 ปีไปแล้ว เริ่มมีปัญหากับความเข้าใจในระบบต่าง ๆ เหล่านี้ รวมถึงระยะเวลาฝึกที่สั้น บางครั้งฝึกเพียงครึ่งวัน โดยไม่ได้มีการทดลองใช้งานจริง เนื่องจากจำนวนไม่มากพอ ทำให้เมื่อออกไปปฏิบัติงานแล้ว ไม่ได้ประสิทธิภาพเต็มที่

ทหารใหม่ โดยเฉพาะทหารที่อายุน้อย มักจะติดการเล่นโซเซียล รวมถึงการโทรศัพท์ – ส่งผลให้กองทัพรัสเซียใช้ข้อมูลที่โพสต์ลงใน IG, Telegram หรือดังสัญญาณมือถือ ก่อนที่จะใช้ปืนใหญ่ ปืนใหญ่อัตราจร หรือแม้กระทั่งขีปนาวุธโจมตีไปยังเป้าหมายที่ได้ข้อมูลมา

ขวัญและกำลังใจในการสู้รบ – มีรายงานใน Telegram ของกลุ่มทหารชาวยูเครน ซึ่งเป็นทหารที่มีประสบการณ์รบ มักจะพูดถึงปัญหาที่ทหารใหม่ มักจะละทิ้งที่ตั้ง – สนามเพลาะออกไปโดยเร็ว หากรัสเซียเปิดการโจมตีด้วยปืนใหญ่ปูพรมเข้ามา ส่งผลให้รัสเซียสามารถยึดพื้นที่ รวมถึงอาวุธต่าง ๆ ได้โดยง่าย

MARIUPOL, April 29, 2022 (Xinhua) — A local resident walks past a damaged building in the port city of Mariupol, April 28, 2022. (Photo by Victor/Xinhua)

ขาดยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ

ในช่วงระยะหลังนี้ จะมีอาวุธในบางชนิดที่ยูเครนประสบปัญหาไม่เพียงพอต่อการใช้งาน เช่น Javelin ที่เริ่มร่อยหรอลงไปจากในช่วงแรก ด้วยเหตุผลจากการที่บางส่วนถูกรัสเซียถล่มด้วยขีปนาวุธไปยังสถานที่เก็บอาวุธเหล่านี้ บางส่วนถูกยึดได้ บางส่วนใช้งานไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหาในเรื่องของแบตเตอรี ทำให้ต้องมีการซ่อมแซมใช้เฉพาะหน้าด้วยการพ่วงแบตเตอรีอย่างอื่นแทนเพื่อจ่ายไฟให้ระบบทำงานได้ ทำให้ในส่วนนี้ ไม่สามารถใช้จัดการยานเกราะ, รถถังของรัสเซียได้มากเหมือนก่อน ไม่นับการที่รัสเซียปรับแผนการโจมตีด้วย

ทำให้บางหน่วยที่อยู่ในแนวหน้า ไม่ได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอออกมาแถลงการณ์ผ่าน Telegram ประกาศยอมจำนนอยู่เช่นกัน

กระสุนปืนใหญ่ขาดแคลน แม้ว่าในช่วงหลังชาติต่าง ๆ ได้สนับสนุนปืนใหญ่ขนาดต่าง ๆ เช่น ปืนใหญ่ขนาด 155 มม. อย่าง M777 howitzers ให้ยูเครนได้ใช้งาน แต่กระสุนปืนใหญ่ ที่จะต้องใช้งานนั้น กลับไม่เพียงพอตามความต้องการ ทำให้ในบางพื้นที่ ยูเครนไม่สามารถใช้ตอบโต้กระสุนปืนใหญ่ของรัสเซียได้มาก เหมือนช่วงแรก

(แฟ้มภาพซินหัว : กลุ่มควันที่พวยพุ่งขึ้นหลังการโจมตีของรัสเซีย)

รัสเซียยิงถล่มคลังอาวุธ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ยูเครนประสบปัญหาค่อนข้างมาก ซึ่งรัสเซียยังคงได้เปรียบในการใช้ขีปนาวุธถล่มไปยังแนวหลังของยูเครน ในพื้นที่เป้าหมายที่ถูกระบุว่า เป็นจุดเก็บอาวุธและเครื่องกระสุนต่าง ๆ ทำให้แม้ว่าจะมีสนับสนุนเข้ามา แต่ก็ถูกระเบิดเสียหายไปนั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีบางจุดที่ประสบปัญหาการจัดส่งกำลังบำรุงที่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ จากหลาย ๆ สาเหตุ ยิ่งทำให้ปัญหาการขาดแคลนอาวุธในแนวหน้าบางจุดของยูเครนค่อนข้างมาก ส่งผลให้กองกำลังอาสาบางส่วน ประกาศถอนตัวออกจากแนวรบ เนื่องจากปัญหาดังกล่าว

ภาวะติดหล่มของกองทัพรัสเซีย

หลังจากที่รัสเซียได้มีการปรับแผนในปฏิบัติการทางทหารมาเป็นระยะที่ 2 โดยมาเน้นแนวด้านตะวันออกทางภูมิภาคดอนบาส เป็นหลัก ทำให้รัสเซียสามารถแก้ไขปัญหาหลักที่พบในระยะที่ 1 นั่นคือ “สายส่งกำลังบำรุง” ที่สามารถจัดส่งได้ต่อเนื่องมากกว่าในระยะที่ 1 ที่ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งกำลังคนและยุทโธปกรณ์จำนวนมาก

แต่ขณะนี้ แนวการปฏิบัติการของรัสเซีย ก็อยู่ในสภาวะติดหล่มไม่ต่างกัน แม้จะดูสถานการณ์เป็นต่อทางด้านของยูเครนอยู่ก็ตาม

(แฟ้มภาพซินหัว : ทหารรัสเซีย)

การรุกคืบที่ล่าช้า

ในแผนระยะที่ 2 รัสเซียเลือกที่จะค่อย ๆ บุกโจมตีในจุดสำคัญ ๆ เพื่อขีดวงพื้นที่ในการ “ปิดล้อม” ทหารยูเครน แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นที่เมืองมาริอูปอล ซึ่งรัสเซียใช้วิธีให้ปืนใหญ่ขนาดต่าง ๆ ยิงโจมตีไปยังพื้นที่เป้าหมาย ก่อนส่งทหารเข้าเคลียร์พื้นที่ หากเคลียร์ได้ ก็จะยืดครองพื้นที่นั้นต่อไป

แต่หากไม่สามารถเคลียร์ได้ ก็จะถอยกลับมาตั้งหลักใหม่ แล้วให้ปืนใหญ่ยิงสนับสนุนอีกครั้ง และส่งทหารเข้าเคลียร์พื้นที่ตามมา หากยังไม่ได้ ก็จะวนกลับมาตั้งหลักใหม่และหาแนวทางปฏิบัติการเพิ่มเติม

“Artillery conquers, infantry occupies”

ปืนใหญพิชิต, ทหารราบเข้ายึดครอง

แนวทางนี้ เป็นยุทธวิธีที่มีใช้กันมาตั้งแต่สมัยสงครามโลก แน่นอนว่า การรุกคืบที่เกิดขึ้น จึงไม่ได้รวดเร็วเหมือนช่วงก่อนหน้า ที่ใช้รถถัง ยานเกราะเคลื่อนที่เร็วเข้าโจมตี ซึ่งในระลอกแรกประสบปัญหาถูกโจมตีด้วย Javelin, NLAW อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความสูญเสียค่อนข้างมาก

แนวต้านที่หนักหน่วง

การที่สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรต่าง ๆ ส่งปืนใหญ่ รุ่นต่าง ๆ เช่น M777 howitzer เข้าไปหลายระบบ ทำให้การตอบโต้ของยูเครนมีความแม่นยำค่อนข้างสูง เมื่อโดรนสามารถตรวจจับพิกัดที่ตั้งปืนใหญ่ของรัสเซีย ก็จะมีการยิงตอบโต้กลับมาอย่างรวดเร็ว และแม่นยำ สร้างความสูญเสียให้กับรัสเซียได้ในหลายจุด

นั่นส่งผลให้รัสเซียกลับมาทำการบ้านใหม่ก่อนที่จะเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง

ในขณะที่เคอร์สัน สถานการณ์นั้นยูเครนย้ายกำลังบางส่วนมาเพื่อต้องการทวงคืนพื้นที่ และยันแนวของรัสเซียไม่ให้รุกคืบไปได้ ทำให้ในจุดนี้ สถานการณ์จึงยังคงผลัดกันรุก-รับอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างชัดเจน

ยูเครนจำเป็นที่จะต้องยันแนวในด้านนี้ไว้ เพื่อไม่ให้รัสเซียผ่านไปสู่เมืองโอเดสซา เมืองท่าแห่งสุดท้ายของยูเครนได้นั่นเอง

ด้านของคาร์คิฟ ยูเครนสามารถดันแนวทางคืนพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้รัสเซียดูจะเสียเปรียบและต้องถอยกำลังกลับมา

ยูเครนได้ยังได้เปรียบในการตั้งรับ

หลังจากรัสเซียปรับแผนปฏิบัติการระยะที่ 2 จุดที่กองกำลังรัสเซียใช้เวลามากที่สุด เห็นจะเป็นที่เมืองมาริอูปอล บริเวณโรงงานผลิตเหล็กกล้าอาซอฟสตัล (Azovstal) ที่มีการปักหลักต่อสู้ และทำให้รัสเซียต้องใช้เวลาในการปิดล้อมค่อนข้างนาน

และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ก็เหมือนจะเป็นหนังม้วนเดียวกันกับ โรงงานเคมีอาซ็อต (Azot) ในเซเวโรโดเนตสก์ ที่ยังคงมีกองกำลังของยูเครนปักหลังอยู่ในโรงงาน พร้อมกับพลเรือนบางส่วน ซึ่งรัสเซียได้ประกาศเปิดเส้นทางอพยพ สำหรับพลเรือนแล้ว เหมือนกับที่โรงงานเหล็กอาซอฟสตัล

นอกจากนี้ การโจมตีของยูเครนนั้น มีประสิทธิภาพและความแม่นยำค่อนข้างสูง จากอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศต่าง ๆ ดังนั้นแม้ว่า มีกระสุนที่น้อยกว่า แต่ความสูงกว่า ทำให้ในจุดที่มั่นสำคัญ ๆ ยูเครนยังคงสกัดแนวรุกของรัสเซียได้ดี เช่นทางด้านของ Kherson เป็นต้น

(แฟ้มภาพซินหัว : ทหารติดอาวุธในภูมิภาคโดเนตสก์ )

กองหนุนที่ยังมีปัญหา

ในการสู้รบในครั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า รัสเซียก็เผชิญกับความสูญเสียไม่น้อยเช่นกัน ทำให้ในบางจุด มีการรับสมัครอาสาพลเรือนในพื้นที่เข้ามาร่วมปฏิบัติการด้วย โดยเฉพาะในภูมิภาคดอนบาส อย่างไรก็ตามกำลังอาสาเหล่านี้ ก็มีปัญหาไม่ต่างกับที่ยูเครนประสบอยู่จากการเกณฑ์กำลังพลรุ่นใหม่ ๆ เพียงแต่รัสเซียยังสามารถจัดการปัญหาได้ดีกว่า และการโจมตีในแผนใหม่นี้ ลดความสูญเสียได้มากกว่า เมื่อเทียบกับการปฏิบัติการในระยะที่ 1

แต่กองกำลังอาสาก็ไม่ได้ราบรื่น เนื่องจากมีบางส่วนเข้าร่วมเพื่อต้องการเพียงเพื่อปกป้องบ้านเรือน หมู่บ้านของตนเองเท่านั้น ไม่ได้ต้องการไปเป็นแนวหน้าในการสู้รบกับทหารยูเครน ทำให้มีบางส่วนที่ประกาศ-แถลงการณ์แสดงเจตนารมย์ผ่าน Telegram อยู่เป็นระยะ ๆ เช่นกัน

ประชากรโลก จะได้รับผลกระทบจากการติดหล่ม

การสู้รบของทั้งสองฝ่ายที่ยังคงอยู่ในภาวะ “ติดหล่ม” กันอยู่ในขณะนี้ ก็จะยิ่งส่งผลให้การสู้รบยืดเยื้อออกไปอีก และยังไม่เห็นจุดสิ้นสุดของการสู้รบในครั้งนี้ และแนวโน้มของการเจรจาเพื่อยุติศึกก็ยังคงไม่มีวี่แววที่จะเกิดขึ้นได้แต่อย่างใด

นั่นย่อมหมายความว่า การคว่ำบาตรต่าง ๆ ของชาติตะวันตกก็จะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง และส่งผลต่อราคาสินค้าหลายอย่างเช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซ ปุ๋ย และอาหารอีกหลายชนิดจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นราคาต้นทุน ซึ่งในขณะนี้ สถานการณ์เงินเฟ้อกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศทั่วโลก

ซึ่งหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อต่อไป นั่นย่อมหมายถึงวิกฤติเศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลกก็จะยังคงเผชิญปัญหาต่อเนื่องไปอีก และนั่นหมายถึงคนอีกหลายสิบล้านคนทั่วโลก ก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วยและยาวนานมากขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ และอาหารมีราคาแพงขึั้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง