สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมายังคงตึงเครียดและทวีความรุนแรงในทุกมิติ ทั้งปฏิบัติการทางทหารที่ดุเดือด เกมการเจรจาทางการทูตที่ข้อมูลขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง รวมถึงวิกฤตพลังงานโลกที่กำลังสร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดการลงทุน
สมรภูมิรบตึงเครียด อิสราเอลถล่มโรงงานนิวเคลียร์-สหรัฐฯ จ่อเสริมทัพ
กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศใจกลางกรุงเตหะรานอย่างหนัก โดยมุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ โดยเฉพาะโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ควบคู่ไปกับการขยายผลปฏิบัติการบุกภาคพื้นดินเข้าไปยังตอนใต้ของเลบานอน ในขณะที่อิหร่านได้ตอบโต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนถล่มเมืองเทลอาวีฟของอิสราเอล รวมถึงพุ่งเป้าโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค ซึ่งล่าสุดมีรายงานทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บ 10 นายจากการโจมตีฐานทัพอากาศในซาอุดีอาระเบีย
ด้านความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ มีการยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์กโจมตีไปแล้วเกือบ 1,000 ลูก และขณะนี้กระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) กำลังพิจารณาส่งกำลังพลเพิ่มอีกนับหมื่นนายเข้าสู่ตะวันออกกลาง ขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ประเมินสถานการณ์ว่าสงครามครั้งนี้จะจบลงในกรอบเวลาเป็นสัปดาห์ ไม่ใช่เป็นเดือน
เกมเจรจาขัดแย้ง ทรัมป์อ้างคืบหน้า-อิหร่านปฏิเสธเสียงแข็ง
ท่าทีทางการทูตของทั้งสองฝ่ายยังคงเป็นหนังคนละม้วน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศขยายเวลาชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน จนถึงวันที่ 6 เมษายน โดยอ้างว่าการพูดคุยเกี่ยวกับข้อเสนอสันติภาพ 15 ข้อผ่านคนกลางนั้นมีความคืบหน้า และระบุด้วยว่าอิหร่านยอมปล่อยเรือน้ำมัน 10 ลำให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เพื่อแสดงความจริงใจ
ทว่าทางการอิหร่านได้ออกมาแถลงปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีการเจรจาโดยตรงใดๆ เกิดขึ้น พร้อมประณามข้อเสนอของสหรัฐฯ ว่าเป็นการมองฝ่ายเดียวและไม่ยุติธรรม นอกจากนี้ อิหร่านยังขู่กร้าวว่าหากมีชาติอื่นเข้าร่วมวงโจมตีอิหร่าน กลุ่มพันธมิตรของตนก็พร้อมที่จะยกระดับการทำสงครามทันที
วิกฤตน้ำมันโลก ตลาดผวาดีดพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์
แม้สหรัฐฯ จะอ้างเรื่องเรือ 10 ลำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปได้ แต่อิหร่านยังคงคุมเข้มการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่น้ำมันโลกกว่า 1 ใน 5 ต้องสัญจรผ่าน ส่งผลให้เกิดภาวะช็อกทางอุปทาน (Supply Shock) อย่างต่อเนื่อง
ความขัดแย้งของข้อมูลทำให้ตลาดโลกขาดความเชื่อมั่นต่อผลการเจรจา ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) และ WTI ดีดตัวกลับขึ้นไปแตะระดับ 100-104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งพุ่งขึ้นกว่า 40% นับตั้งแต่เริ่มสงคราม ยิ่งไปกว่านั้น นักวิเคราะห์ยังประเมินสถานการณ์เลวร้ายสุดว่า หากสงครามยืดเยื้อและช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นยาวไปจนถึงเดือนมิถุนายน ราคาน้ำมันโลกมีโอกาสพุ่งทะยานไปแตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะสร้างแรงกระแทกจนเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกได้