สถานการณ์หลังสหรัฐฯ – อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน เข้าสู่วันที่ 4 แล้ว กองทัพสหรัฐฯ เผยว่าได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 1,700 แห่ง โดยใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 โจมตีโรงงานผลิตขีปนาวุธของอิหร่าน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่าเรือรบอิหร่าน 10 ลำถูกจม และกองบัญชาการกองทัพเรืออิหร่านถูกทำลายอย่างหนัก นอกจากนี้ อิสราเอลยังได้โจมตีศูนย์บัญชาการและผู้นำระดับสูงของอิหร่าน รวมถึงอาคารที่ใช้โดยสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) สำหรับเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แทนที่อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตไปแล้ว
โดยทางทำเนียบขาวได้ระบุว่ามีผู้นำระดับสูงของอิหร่านถูกสังหารไปแล้ว 49 คนจากปฏิบัติการนี้
ความสูญเสียในอิหร่าน
สมาคมเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่าน (IRCS) รายงานยอดผู้เสียชีวิตว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 787 รายและบาดเจ็บหลายพันคน โดยเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือการโจมตีโรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบ (Minab) ทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 168 ราย ประชาชนในอิหร่านต่างพากันอพยพออกจากเมืองใหญ่เพื่อหนีภัยสงคราม
การตอบโต้จากอิหร่านและการขยายวงของความขัดแย้ง
อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนหลายร้อยลูกเข้าใส่อิสราเอลและเป้าหมายในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอ่าวอาหรับ ซึ่งรวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), กาตาร์, บาห์เรน, คูเวต และโอมาน กองทัพอิหร่านยังเตือนว่าจะโจมตีศูนย์กลางทางเศรษฐกิจทั้งหมดในภูมิภาค หากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไป
นอกจากนี้ อิสราเอลได้เปิดแนวรบใหม่ด้วยการส่งทหารราบเข้าสู่พื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน และทิ้งระเบิดใส่อาคารหลายแห่งในเลบานอน หลังจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงขีปนาวุธเข้าใส่พื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอลเพื่อตอบโต้การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 52 รายและประชาชนในเลบานอนต้องอพยพกว่า 30,000 คน
ผลกระทบระดับโลก: พลังงานและการขนส่ง
ความขัดแย้งนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันและการเดินทางทางอากาศ ราคาน้ำมันได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและคำขู่ของอิหร่านที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก
ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ อาจต้องเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซหากจำเป็น ด้านการบิน สายการบินระหว่างประเทศหลายแห่งได้ยกเลิกเที่ยวบิน และน่านฟ้าของหลายประเทศในภูมิภาคได้ถูกปิดลง
องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพลเรือนและความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะลุกลามบานปลาย
IAEA ยืนยันความเสียหายที่ “นาตันซ์”
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยืนยันจากภาพถ่ายดาวเทียมว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้สร้างความเสียหายให้กับ “อาคารทางเข้า” ของโรงงานเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมใต้ดินในเมืองนาตันซ์ (Natanz) อย่างไรก็ตาม ไม่พบความเสียหายต่อตัวโรงงานหลัก และคาดว่าจะไม่มีกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล