คัดลอก URL แล้ว
เดือด! ปูพรม 12 เมืองทั่วอิหร่าน ขีดเส้นตายเปิดฮอร์มุซ – จวกยับก่ออาชญากรรมสงคราม

เดือด! ปูพรม 12 เมืองทั่วอิหร่าน ขีดเส้นตายเปิดฮอร์มุซ – จวกยับก่ออาชญากรรมสงคราม

ท่ามกลางไฟสงครามในตะวันออกกลางที่ลุกโชนขั้นสุด การโจมตีทางอากาศได้ขยายวงกว้างไปกว่า 12 เมืองทั่วประเทศอิหร่าน ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขีดเส้นตายให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมขู่ทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ด้านอิหร่านโต้กลับอย่างดุเดือดด้วยการยิงขีปนาวุธระลอกใหม่เข้าใส่อิสราเอล ลุกลามไปถึงเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากนักการเมืองภายในสหรัฐฯ ที่ประณามพฤติกรรมของผู้นำตนเองว่าเข้าข่ายการก่ออาชญากรรมสงคราม

ท่าทีสหรัฐฯ ขีดเส้นตายเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ความเคลื่อนไหวจากฝั่งทำเนียบขาว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กำหนดเส้นตายภายในวันอังคารนี้ ให้อิหร่านยุติการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นจะต้องเผชิญหน้ากับความพินาศ โดยผู้นำสหรัฐฯ ขู่ชัดเจนว่าจะส่งกองทัพเข้าทิ้งระเบิดถล่มโรงผลิตไฟฟ้าและสะพานต่างๆ ในประเทศอิหร่าน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ออกมายืนยันความสำเร็จในปฏิบัติการกู้ภัย โดยระบุว่ากองกำลังสหรัฐฯ สามารถเข้าช่วยเหลือและนำตัวทหารอากาศคนที่สองจากเครื่องบินขับไล่ F-15E ที่ถูกยิงตกออกมาได้แล้ว ท่ามกลางการปะทะเดือดในพื้นที่

ปูพรมถล่มหนักกว่า 12 เมืองทั่วอิหร่าน สังเวยชีวิตพลเรือน

สถานการณ์ภาคพื้นดินในอิหร่านทวีความรุนแรงอย่างหนัก ล่าสุดมีรายงานกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นบริเวณขอบฟ้าของกรุงเตหะรานจากการโจมตีใกล้กับสนามบินเมห์ราบัด

ตลอดช่วงคืนที่ผ่านมา การโจมตีทางอากาศได้ขยายวงกว้างครอบคลุมเมืองต่างๆ เกือบ 12 เมืองทั่วอิหร่าน อาทิ การโจมตีสนามบินในเมืองอาห์วาซ เมืองชีราซ เมืองอิสฟาฮาน เมืองคาราจ และเมืองบันดาร์อับบาส การมุ่งเป้าโจมตีที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้มีพลเรือนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะที่เมืองกอมมีรายงานผู้เสียชีวิต 5 ราย และที่เมืองคองมีผู้เสียชีวิตอีก 6 ราย พร้อมผู้ได้รับบาดเจ็บ 17 ราย

นอกจากนี้ยังเกิดเหตุโจมตีใกล้กับมหาวิทยาลัยชารีฟ ซึ่งแม้จะไม่ใช่การพุ่งเป้าโดยตรง แต่ระเบิดได้ตกลงใส่สถานีไฟฟ้าย่อยและท่อก๊าซในบริเวณดังกล่าวจนเกิดควันไฟหนาทึบ สอดคล้องกับรายงานในช่วงหลายวันที่ผ่านมาที่มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งตกเป็นเป้าหมาย

อิหร่านโต้กลับดุเดือด ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอลระลอกใหม่

ทางด้านรัฐบาลเตหะรานได้ออกมาตอบโต้ท่าทีของสหรัฐฯ อย่างดุเดือด โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแถลงประณามว่าสงครามครั้งนี้ตั้งอยู่บนคำโกหกหลอกลวง พร้อมย้ำว่าอิหร่านไม่เกรงกลัวต่อคำขู่ของผู้นำสหรัฐฯ และหากโครงสร้างพื้นฐานของประเทศถูกโจมตี อิหร่านก็จะตอบโต้กลับด้วยวิธีเดียวกัน ซึ่งความสูญเสียจะลุกลามไปทั่วทั้งภูมิภาค

การตอบโต้ของอิหร่านเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน สถานีโทรทัศน์ช่อง 12 ของอิสราเอลรายงานว่า อิหร่านได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธมากกว่า 10 ลูก ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธชนิดหัวรบแตกอากาศ (Fragmenting warhead) เข้าใส่อิสราเอล โดยแบ่งการโจมตีออกเป็น 3 ระลอก ส่งผลให้สัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังระงมทั่วตอนกลางของประเทศ

มีรายงานหญิงชราวัยกว่า 90 ปีได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะพยายามวิ่งหนีไปยังหลุมหลบภัย ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการยิงขีปนาวุธถล่มเมืองไฮฟาก่อนหน้านี้ รวมถึงการโจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์อย่างโรงไฟฟ้าและโรงกลั่นน้ำมันในประเทศคูเวตและบาห์เรน

เดโมแครตประสานเสียงประณาม “ทรัมป์” จ่อก่ออาชญากรรมสงคราม

ท่าทีอันแข็งกร้าวของประธานาธิบดีทรัมป์และการมุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ได้ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากสมาชิกระดับสูงของพรรคเดโมแครต โดยนายจิม แมคกัฟเวิร์น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาประณามคำขู่ของทรัมป์ว่าเป็นเรื่องที่เสียสติและอันตรายอย่างยิ่ง การคุกคามเป้าหมายพลเรือนถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวาและกฎหมายระหว่างประเทศ

เสียงวิจารณ์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับความเห็นของวุฒิสมาชิกคริส เมอร์ฟี และแกนนำพรรคอีกหลายท่าน ที่เรียกร้องให้แกนนำพรรครีพับลิกันเข้ามาหยุดยั้งการกระทำนี้ โดยชี้ชัดว่าการทิ้งระเบิดใส่สะพานและโรงไฟฟ้าเพื่อสังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์ นอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ยังถือเป็นอาชญากรรมสงครามอย่างชัดเจน ซึ่งมีแต่จะทำให้ชีวิตของทหารและชาวอเมริกันในต่างแดนต้องตกอยู่ในอันตรายมากยิ่งขึ้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง