ประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ ปี 2548 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์การสหประชาชาติคาดการณ์ว่า ภายในปี 2593 ประชากรที่มีอายุเกิน 60 ปี จะมีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 5 ของประชากรโลก ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ปี 2567 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 20.70% ของประชากรทั้งประเทศ และคาดการณ์ว่าในปี 2576 จะมีสัดส่วนผู้สูงอายุเกิน 30% ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นสังคมสูงอายุระดับสุดยอด หรือ Super Aged Society
เนื่องในวันผู้สูงอายุสากล 2568 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และภาคีเครือข่าย 13 หน่วยงาน จัดกิจกรรมเนื่องในวันผู้สูงอายุสากล 2568 ภายใต้แนวคิด “บทบาทของผู้สูงอายุในการสร้างสังคมที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน” (The role older persons play in creating resilient, sustainable societies) เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้สุขภาวะของผู้สูงอายุและสังคมในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขทุกช่วงวัย

โดย นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้กล่าวว่า สสส. ได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงมีการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุใน 4 มิติ ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ผ่านการพัฒนาระบบกลไกนโยบายสังคมสูงวัยในระดับพื้นที่ 450 แห่ง และสนับสนุนกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุ ผ่านสภาชมรมผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ จำนวน 1,529 ชมรมทั่วประเทศ รวมถึงการพัฒนาระบบรองรับสังคมสูงวัยและแผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร โดยกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่ไม่เพียงสะท้อนถึงคุณค่าและศักยภาพของผู้สูงอายุ แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึง การมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี มีความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่าในตนเอง และช่วยเหลือดูแลตัวเองได้ พร้อมทั้งเกิดการเรียนรู้ร่วมกันในสังคมทุกช่วงวัยและสามารถพัฒนาสังคมไทยไปสู่ความยืดหยุ่นและยั่งยืน
“ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจำนวนผู้สูงอายุจะขยับเพิ่มขึ้นปีละ 1 ล้านคน หมายความว่า สังคมไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบสุดยอด การเตรียมความพร้อมสำหรับผู้สูงอายุในช่วงนี้จึงมีความสำคัญ ทำอย่างไรผู้สูงอายุจึงจะอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ติดเตียง การทำให้สุขภาพดี 1 ในนั้นจะต้องมีกิจกรรมทางสังคมอย่างต่อเนื่อง มีเพื่อน มีสายใยความผูกพัน กิจกรรมในวันนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการมีกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ และเป็นโอกาสดีที่ภาครัฐและภาคประชาสังคมจะได้จับมือเพื่อรองรับสังคมสูงวัยไปด้วยกัน” นางภรณี กล่าว

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. มีนโยบายด้านการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งด้านการจัดการสวัสดิการที่เหมาะสม การส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมร่วมกัน ผ่านการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุ และมีการจัดตั้งเป็นชมรมสูงอายุ การจัดกิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการลดช่องว่างระหว่างวัยและสร้างความเข้าใจระหว่างคนต่างรุ่น โดยให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมออกแบบงานให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง ซึ่งมีวัตถุประสงค์การจัดงาน คือ 1.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและผู้สูงอายุในการออกแบบ และจัดกิจกรรม 2.สร้างความตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุในสังคม 3.สนับสนุนการแสดงบทบาท ศักยภาพ และพลังการขับเคลื่อนสังคมของผู้สูงอายุ 4.ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในทุกมิติ ทั้งด้านกาย จิตใจ ปัญญา และสังคม

ในเวทีเสวนา “อายุยืน…อย่างมีความสุข” นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมแบ่งปันการใช้ชีวิตสูงวัยให้มีความสุขว่า ส่วนตัวรู้สึกว่าการตื่นเช้ามาแล้วยังสามารถขยับแขน ขาได้ นั่นก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง เมื่อตื่นมาแล้วก็ต้องการออกกำลังกายและกินอาหารที่ดี นอกจากนี้การทำงานทุกวันก็จะทำให้ชีวิตมีความสุขได้ ในส่วนของภาครัฐและภาคประชาสังคมต้องมามองว่า ประเทศไทยจะมีการดูแลผู้สูงอายุอย่างไรด้วยการใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์กับผู้สูงอายุให้ได้มากที่สุด

ส่วน นายแพทย์ธีรวีร์ วีรวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุมีเงินออมน้อยมาก และปัญหาใหญ่ของการใช้ชีวิต คือ เรื่องปากท้อง บางส่วนอยากทำงานแต่ไม่มีงานทำ กทม. จึงมีนโยบายส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ และมีโรงเรียนฝึกอาชีพให้ผู้สูงอายุเข้ามาเรียนรู้เพื่อนำไปประกอบอาชีพได้ตามที่ตลาดต้องการ ส่วนเรื่องปัญหาสุขภาพ สำนักพัฒนาสังคมมีทั้งนักพัฒนาชุมชน นักสังคมสงเคราะห์กระจายอยู่ในเขตต่าง ๆ สำนักงานเขตก็จะเป็นที่พึ่งของผู้สูงอายุได้ และปีนี้ กทม. ยังมีนโยบายเพิ่มการรวมตัวในชุมชน อย่างน้อย 1,000 ชุมชนต้องมีชมรมผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุมาติดสังคม ไม่ให้ติดบ้าน สร้างเครือข่ายผู้สูงวัยให้มีสุขภาพกาย สุขภาพใจ และมีการเงินที่ดี

ทางด้าน ดร.นพ.ภูษิต ประคองสาย กรรมการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) กล่าวว่า ผู้สูงอายุต้องมีกิจกรรมที่เขาสามารถปฏิสัมพันธ์กับสังคมได้ แต่สิ่งสำคัญตอนนี้ต้องให้เขารู้จักที่จะเรียนรู้และปรับตัว เพราะปัจจุบันสังคมของเราเข้าสู่สังคมของเทคโนโลยีแล้ว ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เกี่ยวกับดิจิทัลเทคโนโลยี และเพื่อลดช่องว่างระหว่างวัย เพื่อที่จะใช้ชีวิตและอยู่ในสังคมที่มีความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีความสุข

ขณะที่ นายอัมรินทร์ สวัสยานุภาพ ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ส่วนของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมก็มีแนวคิดที่จะมีการจ่ายบำนาญทั่วหน้า งบประมาณส่วนนี้ถูกมองว่าจะนำเงินมากจากไหน เราได้มีการศึกษาหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อนำมาสมทบเข้ากองทุนงบประมาณสำหรับผู้สูงอายุ และคณะกรรมาธิการฯ ยังมีรายการผลการพิจารณาศึกษาเรื่องการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานของประชาชน และเชื่อว่ารายงานนี้มีประโยชน์และจะสามารถต่อยอดในการพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานของประชาชนได้ในอนาคต



การเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์นี้เป็นเรื่องที่ภาครัฐและภาคประชาสังคมต้องตระหนักและร่วมมือกันเข้ามาดูแลสิทธิและสวัสดิการด้านเศรษฐกิจ สังคม และสาธารณสุขของผู้สูงวัยให้ทั่วถึง เพื่อให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและเป็นสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ