วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 งานประชุมวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 ณ เมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน ปิดฉากลงอย่างงดงามและยิ่งใหญ่ โดยมีพระสงฆ์ นักวิชาการ และพุทธศาสนิกชนจากนานาประเทศร่วมประชุมสัมนาและปิดท้ายด้วยการประกอบพิธีเวียนเทียนและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ท่ามกลางการแสดงวัฒนธรรมอันตระการตาที่ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ แสง สี เสียง และ AI ถ่ายทอดเรื่องราวพระพุทธศาสนาอย่างร่วมสมัย

พระพรหมบัณฑิต ในฐานะประธานสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก เปิดเผยว่า การที่ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นพัฒนาการสำคัญของความร่วมมือด้านพระพุทธศาสนาในระดับนานาชาติ แม้จีนจะเป็นประเทศสังคมนิยมที่มีความระมัดระวังต่อกิจกรรมทางศาสนา แต่การที่ “วันวิสาขบูชา” ได้รับการรับรองจากองค์การสหประชาชาติให้เป็นวันสำคัญสากลของโลก ทำให้จีนสามารถอธิบายการจัดงานในมิติของความร่วมมือทางวัฒนธรรมและสันติภาพระดับโลกได้
พระพรหมบัณฑิตกล่าวว่า จีนให้ความสำคัญกับพระพุทธศาสนาในฐานะ “พุทธศาสนาเชิงมนุษยนิยม” หรือ Humanistic Buddhism ที่มุ่งเน้นการพัฒนามนุษย์ สังคม และคุณธรรมในโลกปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศีลธรรม สันติภาพ การศึกษา หรือการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)
“พระพุทธศาสนาสามารถเชื่อมโยงกับการพัฒนาสังคมโลกได้อย่างชัดเจน ทั้งเรื่องการศึกษา การสร้างสันติภาพ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาที่ยั่งยืน นี่คือเหตุผลสำคัญที่จีนให้ความสนใจงานวิสาขบูชาโลก” พระพรหมบัณฑิตกล่าว

สำหรับสถานที่จัดงานในปีนี้ คือ “หลิงซาน” หรือพุทธมณฑลแห่งเมืองอู๋ซี ซึ่งเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาขนาดใหญ่ของจีน โดยมี “พุทธพาเลซ” อาคารประชุมขนาดมหึมาที่ถูกปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่องานนี้โดยเฉพาะ ด้วยงบประมาณกว่า 100 ล้านหยวน หรือราว 500 ล้านบาท ตลอดการประชุม ผู้นำจีนและผู้แทนภาครัฐได้แสดงจุดยืนสนับสนุนบทบาทของพระพุทธศาสนาในการสร้าง “อนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาระดับโลกของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และแนวทางของสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก

การปิดงานในค่ำคืนสุดท้ายเป็นไปด้วยความสงบ งดงาม และเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา เมื่อพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนจากทั่วโลกพร้อมใจกันเวียนเทียนถวายเป็นพุทธบูชา สะท้อนพลังแห่งพระพุทธศาสนาที่เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ภายใต้เป้าหมายร่วมคือ “สันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนของมนุษยชาติ” และในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จะเดินทางไปเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการที่องค์การสหประชาชาติ(UN) ราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร


