เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ เปิดเผยว่า ทางหน่วยข่าวคงกำลังสุรศรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการลักลอบขนเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ส่งออกนอกประเทศ บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา จึงสั่งการให้ พ.อ.สรายุทธ ศรลัมพ์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พ.อ.เจนยุทธ ประเสริฐพงศ์ธร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า บูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สังขละบุรี, ร้อย ตชด.134, ศุลกากรสังขละบุรี และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ตั้งจุดตรวจจุดสกัด บริเวณบ้านน้ำเกิ๊ก ถนนสาย 323 เส้นทางอำเภอสังขละบุรี–ด่านเจดีย์สามองค์ หมู่ 8 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถบรรทุก 10 ล้อ ต้องสงสัยจำนวน 3 คัน จึงส่งสัญญาณขอเข้าตรวจค้น แต่รถทั้งหมดไม่ยอมหยุด เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปกระทั่งพบรถทั้ง 3 คัน จอดอยู่ใกล้แนวชายแดน ห่างประมาณ 300 เมตร ฝั่งตรงข้ามหมู่บ้านบ่อญี่ปุ่น รัฐมอญ ประเทศเมียนมา จึงเข้าตรวจค้นพบว่ามีการคลุมผ้าใบปกปิดสินค้าไว้อย่างมิดชิด
จากการตรวจสอบ รถคันที่ 1 บรรทุกเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าดีเซลขนาด 1000 KVA จำนวน 1 เครื่อง รถคันที่ 2 บรรทุกเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าดีเซลขนาด 1000 KVA อีก 1 เครื่อง พร้อมตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า 1 ตู้ ส่วนรถคันที่ 3 บรรทุกตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าอีก 3 ตู้ รวมของกลางทั้งหมดมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท โดยตัวเครื่องมีอักษรภาษาจีนติดอยู่โดยรอบ
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารการผ่านพิธีการศุลกากร แต่ผู้ขับขี่ไม่สามารถนำหลักฐานมาแสดงได้ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุล)พร้อมขยายผลดำเนินคดีกับเจ้าของบริษัทชิปปิ้งอีก 1 ราย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า มีอาชีพขับรถบรรทุกรับจ้างทั่วไป โดยได้รับว่าจ้างจากบริษัทชิปปิ้งแห่งหนึ่ง ให้ไปรับสินค้าจากตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าที่ด่านเจดีย์สามองค์
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติศุลกากร ฐานนำเข้าและส่งออกสินค้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร และไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสอบสวนขยายผลถึงเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการต่อไป