เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ขอให้สื่อมวลชนและประชาชน ติดตามผลการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ เพราะจะเป็นการพิจารณากฎหมายสำคัญหลายเรื่อง ทั้งเรื่องร่างพ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งวันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้นำการแถลงในมตินี้ด้วยตนเอง และในที่ประชุมวันนี้จะมีการพิจารณายกเลิก MOU 2544 เข้าสู่ที่ประชุมด้วย และยังมีการพิจารณากฎหมายที่อยู่ในสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วที่ยังค้างอยู่ในสภาฯ โดยวันนี้จะเป็นการพิจารณาว่ามีกฎหมายใดบ้างที่จะได้รับการยืนยันเพื่อให้สภาฯ ได้พิจารณาต่อไป ซึ่งทุกเรื่องจะเป็นการสานต่อสิ่งดีๆ ในทางนิติบัญญัติ ที่คณะรัฐมนตรี พร้อมจะสนับสนุนต่อไป รวมถึงยังมีการพิจารณาร่างข้อตกลงในที่ประชุมอาเซียน เรื่องของกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อถามถึงการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะนำไปใช้ในส่วนใดบ้างนั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า จะมีการนำเงินไปใช้ใน 2 ส่วน คือ การบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และอีกส่วนคือการเปลี่ยนผ่านเรื่องของการใช้พลังงาน ที่ไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ มาใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานแสงอาทิตย์ให้มากขึ้น โดยรัฐบาลจะตั้งเป้าใช้วิกฤตพลังงานในเวลานี้เป็นตัวเร่ง ให้ประเทศไทยของเราใช้หลังคาบ้านครัวเรือนเป็นโรงสร้างกระแสไฟฟ้า ซึ่งทั้ง 2 ส่วนจะไปด้วยกัน โดยจะมีมาตรการประคับประคองความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรด้วย และควบคู่กับการสร้างฐานพัฒนาพลังงานให้ไปสู่ระยะกลางและระยะยาว จะใช้โอกาสในครั้งนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อทุกคนในประเทศไทย
เมื่อถามว่าอย่างไรก็ต้องออกเป็นพ.ร.ก. ไม่สามารถออกเป็นพ.ร.บ. ใช่หรือไม่เนื่องจากฝ่ายค้านมีความกังวลว่าอาจจะไม่รอบคอบ นางสาวรัชดา กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีความรอบคอบ ในยามนี้มันมีความจำเป็น จะต้องออก เป็นพ.ร.ก. แต่ทุกอย่างเราสามารถชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ ถึงความจำเป็นในสถานการณ์นี้ รวมถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ซึ่งไม่ต้องกลัวว่าเงินนั้นจะหายไป เพราะโครงการที่จะดูแลประชาชน เช่น ไทยช่วยไทยพลัส จะเป็นการโอนเงินจากรัฐบาลสู่กระเป๋าของประชาชนโดยตรง อีกส่วนหนึ่งจะเป็นการนำไปให้ประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มันจะไม่ตกหายไประหว่างทางอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณฝ่ายค้าน ที่ยกประเด็นที่คิดว่าเป็นประโยชน์แล้วเรื่องความโปร่งใส และขอยืนยันว่าความโปร่งใสก็เป็นความตั้งใจของรัฐบาล ที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจ รวมถึงมีความมั่นใจว่ารัฐบาลนี้ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ เรามีการกำหนดทิศทางในการบริหารประเทศ ในระยะระยะสั้น ระยะกลาง และระยะระยะยาว งบงบประมาณของพ.ร.ก.เงินกู้ จะนำมาดูแลในช่วงที่มีความฉุกเฉินตอนนี้ ขณะเดียวกันจะพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 ซึ่งจะมีการทำแผนพัฒนาประเทศระยะกลางและระยะยาวต่อไป