คัดลอก URL แล้ว
“ศุภมาส” มอบ “ประเดิมชัย” ลุยปราบแอปเงินกู้ออนไลน์”แอบอ้าง สคบ.-ธปท.-ก.ล.ต.”

“ศุภมาส” มอบ “ประเดิมชัย” ลุยปราบแอปเงินกู้ออนไลน์”แอบอ้าง สคบ.-ธปท.-ก.ล.ต.”

วันนี้ (วันที่ 19 พฤษภาคม 2569) นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ติดตามผลการเฝ้าระวังแอปเงินกู้ออนไลน์ ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ที่ให้คุมเข้มธุรกิจเงินกู้ออนไลน์ ใช้ “กับดักสัญญา” เอาเปรียบประชาชน โดยมี นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ร่วมด้วย

.

นายประเดิมชัย กล่าวว่า ปัจจุบันแอปเงินกู้ออนไลน์ระบาดหนัก ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนทางการเงิน ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีความกังวลและกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิโดยด่วน  ซึ่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ สคบ. ตรวจแอปเงินกู้และสินเชื่อบน Google Play Store และ App Store พบ 5 แอปพลิเคชัน แอบอ้างชื่อ สคบ. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าเป็นผู้รับรอง

.

“ผมขอย้ำว่า สคบ. ธปท. และ ก.ล.ต. ไม่เคยออกใบรับรองให้แอปเงินกู้ใดทั้งสิ้น การแอบอ้างชื่อหน่วยงานรัฐเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ถือเป็นโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ ผิดกฎหมายชัดเจน ท่านรัฐมนตรีศุภมาสย้ำว่า สคบ. ยุคนี้ต้องเป็นยักษ์ที่มีกระบอง ใครเอาเปรียบประชาชน ต้องถูกดำเนินคดีถึงที่สุด” นายประเดิมชัย กล่าว 

.

ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 22 ห้ามโฆษณาเท็จหรือเกินจริง โทษตามมาตรา 47 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากทำผิดซ้ำ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท และเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 รวมถึงประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 3/2568 เรื่อง การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) 

.

ด้าน นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมระหว่าง สคบ. ธปท. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดย สคบ. ส่งหลักฐานทั้งหมดให้ ธปท. แล้ว หากพบว่าเป็นแอปไม่ได้รับอนุญาต ธปท. จะแจ้งความดำเนินคดีอาญาและส่งต่อให้กระทรวงดีอี ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ สคบ. ได้เชิญผู้ประกอบการเข้าชี้แจงในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ บางบริษัทแจ้งว่าถูกแอบอ้างชื่อและได้แจ้งความไว้แล้ว ซึ่ง สคบ. จะพิจารณาหลักฐานทั้งหมดเพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย 

.

“ผมขอเตือนประชาชน ก่อนกู้เงินผ่านแอปใด หากแอปอ้างว่าได้รับการรับรองจาก สคบ. ธปท. หรือ ก.ล.ต. ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการหลอก เพราะไม่มีหน่วยงานใดออกใบรับรองแบบนี้ อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัว อย่าโอนค่าธรรมเนียมล่วงหน้า และตรวจรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตที่ www.bot.or.th ก่อนทุกครั้ง สคบ. ขอขอบคุณ ธปท. และกระทรวงดีอี ที่ร่วมขับเคลื่อนภารกิจคุ้มครองผู้บริโภคยุคดิจิทัล ผู้บริโภคที่พบแอปแอบอ้างหน่วยงานรัฐ แจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด/อำเภอทั่วประเทศ” นายประเดิมชัย กล่าว  


ข่าวที่เกี่ยวข้อง