รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความเห็นต่อสถานการณ์วิกฤตโลกที่กำลังส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยระบุว่า โครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงระหว่างประเทศในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน ทำให้ไม่มีประเทศใดสามารถหลีกเลี่ยงแรงกระทบจากภายนอกได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าประเทศได้รับผลกระทบหรือไม่ แต่คือ “ความสามารถในการบริหารจัดการผลกระทบ” ซึ่งในกรณีของประเทศไทย มองว่ายังสามารถประคับประคองสถานการณ์ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงภาวะปกติได้ ทั้งในด้านเศรษฐกิจมหภาค การดำรงชีวิตของประชาชน และเสถียรภาพโดยรวมของสังคม สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการรักษาสมดุลระหว่างการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการวางรากฐานระยะยาว
อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.โอฬาร แสดงความกังวลต่อแนวโน้มที่บางฝ่ายนำสถานการณ์วิกฤตมาใช้เป็น “พื้นที่ทางการเมือง” เพื่อสร้างความได้เปรียบทางวาทกรรม โดยละเลยความซับซ้อนของปัญหา และอาจนำไปสู่การบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งไม่เพียงไม่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ แต่ยังซ้ำเติมความไม่ไว้วางใจในสังคม และเพิ่มระดับความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น
“ในช่วงเวลาที่เปราะบาง สิ่งที่ประเทศต้องการมากที่สุดคือวุฒิภาวะทางการเมือง” รศ.ดร.โอฬาร ระบุ พร้อมชี้ว่า แม้การตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์จะเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องตั้งอยู่บนฐานของข้อมูล ความรับผิดชอบ และเจตนาที่สร้างสรรค์ มากกว่าการสร้างกระแสหรือคะแนนนิยมระยะสั้น
นอกจากนี้ ยังเสนอว่า สังคมไทยควรให้ความสำคัญกับข้อเสนอเชิงนโยบายที่มีความเป็นไปได้ สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และสอดคล้องกับข้อจำกัดของสถานการณ์ ทั้งด้านงบประมาณ โครงสร้างรัฐ และบริบทระหว่างประเทศ โดยชี้ว่าความสำเร็จของการแก้ไขวิกฤตจะถูกพิสูจน์ผ่าน “ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” ในชีวิตของประชาชน มากกว่าคำพูดหรือวาทกรรมทางการเมือง
ท้ายที่สุด รศ.ดร.โอฬาร เห็นว่า หากทุกฝ่ายลดท่าทีเผชิญหน้า เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ และร่วมกันแสวงหาทางออกบนฐานความเป็นจริง ประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ได้อย่างมั่นคง พร้อมทั้งยกระดับความเข้มแข็งของระบบการเมืองและสังคมในระยะยาว โดยมองว่าวิกฤตไม่ใช่เพียงภัยคุกคาม แต่เป็นบททดสอบสำคัญของการบริหารประเทศและการยึดประโยชน์ส่วนรวมเหนือความขัดแย้งทางการเมือง. ///
