ภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นัดพิเศษ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศได้รายงาน ว่าสถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซยังมีความรุนแรงอยู่ หัวใจสำคัญที่เรามาพิจารณากันในวันนี้คือเรื่องของน้ำมันในประเทศ ซึ่งวันนี้ทางกระทรวงพลังงาน โดยอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้ยืนยันว่าตัวน้ำมันดิบ เรายังสามารถบริหารจัดการให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศไม่น้อยกว่า 96 วัน
นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรี ยังได้เชิญประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท. และผู้แทนจากภาคเอกชนผู้ค้าน้ำมัน ทั้งหมดมาเข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์ถึงความกังวลต่าง ๆ
” ซึ่งทุกคนยืนยันว่าน้ำมันหน้าปั๊มยังมีเพียงพอให้ประชาชนได้ใช้ ไม่ต้องเป็นกังวล เราอยากให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันมีเพียงพอแน่นอนสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่นเรื่องราคาหรือน้ำมันบางปั๊มไม่เพียงพอ วันนี้ก็ได้แลกเปลี่ยนกัน และมอบหมายให้กระทรวงพลังงาน ไปชี้แจงเรื่องการสื่อสารและดูแลเรื่องการขนส่งเพราะตอนนี้สถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลาง อาจทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและเร่งซื้อตุนกันไว้ล่วงหน้า ทำให้บางปั๊มไม่ได้สำรองน้ำมันเอาไว้ ” นายเอกนิติกล่าว
ด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้ชี้แจงว่า ปริมาณสำรองที่มีอยู่ในประเทศไทยปัจจุบันโดยในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา กรมธุรกิจพลังงานได้ร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ออกตรวจสต๊อกน้ำมันทั่วประเทศ รวม 53 คลัง 589 ถัง มีน้ำมันสำรองเพื่อการค้าอยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านลิตร มีน้ำมันสำรองตามกฎหมายอยู่ที่ประมาณ 3,400 ล้านลิตร สองส่วนนี้คิดเป็น 39 วัน
ขณะเดียวกันมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง ซึ่งกำลังเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยอีก 27 วัน และยังมีน้ำมันที่จัดหาแล้วและยืนยันในการจัดทำสัญญาอีก 30 วัน รวมทั้งสิ้นจะมีน้ำมันขั้นต่ำอยู่ที่ 96 วันยืนยันว่ายังมีน้ำมันเพียงพอสำหรับในประเทศ และภายหลังที่ประชาชนได้ไปเติมน้ำมันตามสถานีบริการต่าง ๆ และมียอดจำหน่ายที่โตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ก็เริ่มปรากฏปัญหาเรื่องการขนส่งน้ำมัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้กระทรวงพลังงานหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงประเด็นการจัดส่งให้รวดเร็วและมีความเพียงพอไม่ขาดแคลน
ส่วนนายคงกระพัน อินทร์แจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ยืนยันว่า การจัดหาน้ำมันดิบ ซึ่งเรามีเครือข่ายอยู่ทั่วโลกเรามีความเตรียมพร้อมในภาวะวิกฤต จึงสามารถโหลดน้ำมันจากท่าเรืออื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือหาแหล่งอื่นเช่นจากอเมริกาแอฟริกาตะวันตก ซึ่งยืนยันว่าเราสามารถหาได้พอเพียง และขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าโรงกลั่นของปตท. มีกำลังผลิตกว่า 60% ของประเทศยังรันได้อย่างเต็มที่ มีน้ำมันพอเพียง แล้วจะกลั่นน้ำมันสำเร็จรูปออกมาเป็นสต๊อกให้ประเทศได้ใช้ต่อ
ขณะที่กลุ่มตัวแทนผู้ค้าน้ำมันในประเทศไทย อาทิ ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด(มหาชน) ระบุว่า ยังสามารถบริหารจัดการได้ตามปกติมีปริมาณน้ำมันเพียงพอ ซึ่งมีอาการทยอยขนส่งน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการ แต่ด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้นช่วงนี้อาจส่งผลให้บางสถานีบริการ อาจส่งผลให้บางสถานีไม่มีน้ำมันจำหน่ายในบางช่วงซึ่งได้ประสานทุกหน่วยอย่างเต็มที่ พร้อมสนับสนุนนโยบายจากภาครัฐอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งสอดคล้องกับนางสาวอรอุทัย ณ เชียงใหม่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด
ส่วนนายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ทางลงกันยืนยันว่าเรื่องน้ำมันไม่เป็นประเด็นแล้วเรื่องความกังวลที่จะไม่มีน้ำมันอาจไม่เป็นประเด็นแล้ว ตนในนามของผู้ค้าเราให้การสนับสนุนและปฏิบัติตามราชการ คำว่าขาดแคลนอาจจะไม่แล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องของการปรับราคา อาจจะเป็นนโยบายทางภาครัฐว่าจะปรับราคาอย่างไรยืนยันว่าเราจะพยายามทำเต็มที่เพื่อให้มีน้ำมันจำหน่าย
ด้านนายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้มาสื่อสารให้ที่ประชุมทราบว่าในภาคใต้มีความกังวลกับการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งได้สื่อสารให้ประชาชนทราบว่าน้ำมันไม่ขาด แต่ที่ปั๊มในต่างจังหวัดบางปั๊มตอนนี้ไม่มีน้ำมันแล้วเนื่องจากมีความต้องการที่ไม่สะท้อนความจริง เนื่องจากรถบรรทุกภาคอุตสาหกรรมที่ปกติซื้อโดยตรงจากโรงกลั่น แต่ราคาน้ำมันแตกต่างกันค่อนข้างมาก ทำให้ผู้ประกอบการรถขนส่งส่วนหนึ่งมาต่อคิวซื้อที่ปั๊มเพราะถูกกว่า เส้นทางรัฐบาลก็จะมีมาตรการออกมาดูแลอีกครั้งหนึ่งเพื่อความเป็นธรรม ส่วนการกำหนดราคาการซื้อน้ำมันต่อครั้งที่หน้าปั๊ม ความจริงแล้วเป็นอย่างไรก็จะนำเข้าที่ประชุมต่อไป
ทั้งนี้นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า วันนี้ผู้ค้าปลีกน้ำมันได้หารือร่วมกับกรมธุรกิจพลังงานและผู้แทนภาคเอกชนและขอยืนยันว่าวันนี้เรื่องน้ำมันขาดแคลนไม่ต้องกังวล เพราะตั้งแต่น้ำมันดิบที่เป็นต้นทางกระทรวงพลังงานได้เตรียมน้ำมันดิบเพียงพอ เพื่อกระจายให้ผู้ค้าน้ำมันและหารือถึงการบริหารจัดการเพราะอาจมีความกังวลจะขาดแคลน้ำมันทุกคนเลยไปตุนน้ำมันทำให้การบริหารจัดการน้ำมันไปสู่ผู้ค้าน้อยกว่าปกติ และได้ข้อสรุปคือให้กระทรวงพลังงานและกรมธุรกิจพลังงานไปคุยกับผู้ค้าเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันมีเพียงพอ
เมื่อถามถึงภาคอุตสาหกรรมนั้นมีการหาช่องทางแก้ไขอย่างไร นายสราวุธ กล่าวว่า ในส่วนภาคอุตสาหกรรมนั้น ได้รับบัญชาจากนายกรัฐมนตรีให้กรมธุรกิจพลังงานหารือกับผู้ค้าหลักที่มีโรงกลั่นและหารือกลุ่มผู้ค้ามาตรา 10 เพื่อดูในเรื่องการส่งน้ำมันในราคาที่ยุติธรรมกับทุกฝ่าย