สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งรัฐ (CCTV) ของจีน รายงานว่า นาย หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน บอกกับนาย อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านระหว่างการคุยโทรศัพท์ว่า จีนสนับสนุนอิหร่านในการป้องกันตนเองจากการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่เริ่มแพร่กระจายไปทั่วตะวันออกกลาง
ตามรายงานของ CCTV นายหวัง อี้ ระบุด้วยว่า จีน “เรียกร้องให้สหรัฐฯ และอิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที หลีกเลี่ยงการยกระดับความตึงเครียดเพิ่มเติม และป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งแพร่กระจายไปทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง”
นอกจากนี้ นายหวังได้ต่อสายคุยกับนาย ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศฝรั่งเศส โดยเตือนว่า โลกกำลังเสี่ยงที่จะถอยหลังกลับเข้าสู่ยุค “กฎแห่งป่า” ซึ่งหมายถึงผู้แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอด
กรณีการสู้รบระหว่าง “ อิสราเอล ” กับ “ อิหร่าน” โดยที่มีสหรัฐฯ คอยสนับสนุนการรบฝั่งอิสราเอลนั้น ทางการจีน มองว่า ประเทศมหาอำนาจ ไม่ควรโจมตีประเทศอื่นตามอำเภอใจโดยอาศัยความได้เปรียบทางทหาร
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ เรายังไม่เห็นท่าทีจีนที่ชัดเจนมากพอ ว่าจะยื่นมีช่วยอิหร่านรบในศึกครั้งนี้ มีแต่เพียงการออกมาประณามการโจมตีที่นำโดยสหรัฐฯ ยังไม่มีการให้คำมั่นสัญญาว่าจะสนับสนุนความช่วยเหลือด้านการทหารหรือพลเรือนแก่กองทัพหรือรัฐบาลอิหร่านแต่อย่างใด
แม้จีนจะประกาศสนับสนุนอิหร่านในการปกป้องอธิปไตยและศักดิ์ศรีแห่งชาติ แต่แนวทางการสนับสนุนมีลักษณะเฉพาะ มองจากท่าทีจีน ที่ผ่านมา สามารถจำแนกออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้
- เน้นการสนับสนุนทางนโยบายและเทคโนโลยี : มีข้อมูลว่าจีนเริ่มส่งมอบระบบป้องกันทางไซเบอร์และขีปนาวุธเทคโนโลยี เพื่อช่วยอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข้างต้น ถูกตีตกไป เมื่อ เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้แถลงตอบโต้รายงานข้อมูลข้างต้นที่อ้างว่า จีนส่งยุทโธปกรณ์อันล้ำสมัยส่งต่อให้อิหร่าน
โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน โต้กลับข้อมูลดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง พร้อมเน้นย้ำว่า จีนเป็นประเทศใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ ย่อมปฏิบัติตามข้อผูกพันระหว่างประเทศเสมอ
- ปฏิเสธการแทรกแซงทางทหารโดยตรง : จีนพยายามรักษาภาพลักษณ์ “ผู้สร้างสันติภาพ” และไม่ต้องการเผชิญหน้าทางทหารกับสหรัฐฯ โดยตรง จึงมักเน้นให้เรื่องนิวเคลียร์และข้อพิพาทกลับเข้าสู่การเจรจาทางการทูต
• ย้อนความสัมพันธ์ “ จีน – อิหร่าน ”
แม้อิหร่านจะถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรมาหลายปี แต่ก็มีรัฐบาลจีนเป็นสายโยงชูชีพช่วยชีวิตทางเศรษฐกิจ ด้วยการซื้อน้ำมันปริมาณมากในราคาลดพิเศษผ่านเครือข่ายที่เรียกว่า “กองเรือผี” (ghost fleets) ซึ่งคือเรือที่จดทะเบียนปลอมเพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรในการขนส่งน้ำมัน
ยกตัวอย่าง เช่นในปี 2025 จีนซื้อน้ำมันที่อิหร่านส่งออกมากกว่า 80% และรายได้จากการซื้อของจีนทำให้ช่วยให้อิหร่านมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเป็นเงินทุนในการใช้จ่ายด้านกลาโหมแม้จะถูกตลาดตะวันตกปิดกั้น
ข้อตกลงเชิงยุทธศาสตร์อายุ 25 ปีที่ลงนามไปเมื่อปี 2021 ได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยมีการให้คำมั่นว่าจีนจะลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานและการโทรคมนาคมของอิหร่าน
สำหรับจีน อิหร่านไม่ใช่แค่คู่ค้า แต่เป็นหมากตัวสำคัญในการคานอำนาจสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง
จากภาพรวมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ประเมินท่าทีของ “จีน” ได้ว่า จีนเลือกเล่นบท “พันธมิตรที่ระมัดระวัง”ขยายความ คือ พร้อมหนุนหลังอิหร่านในเวทีโลกและช่วยพยุงเศรษฐกิจ แต่จะไม่ยอมก้าวเข้าสู่สงครามเพื่ออิหร่าน อย่างชัดเจน เพราะ จีนยังให้ความสำคัญกับเสถียรภาพโลกที่เอื้อต่อเศรษฐกิจของตนเองมากกว่า
ที่ผ่านมา ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของจีน จีนยึดถือหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น และมีความระมัดระวังในประเด็นด้านความมั่นคงและการเมือง จีนมักจะเน้นเรื่องการทูตเชิงเศรษฐกิจ โดยไม่ผูกกับอุดมการณ์ ศาสนา หรือการเมือง
แต่หลายครั้ง ด้วยท่าทีของจีนต่อประเด็นร้อนๆและสงครามความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้มีบางคนมองว่า จีนเลือกข้าง “โลกมุสลิม”