คัดลอก URL แล้ว

“พระราชวังโกเลสตาน” มรดกโลกอายุกว่า 500 ปี เสียหาย UNESCO แถลงจี้ วอนทุกฝ่ายเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ

สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางการอิหร่านได้รายงานยืนยันว่า “พระราชวังโกเลสตาน” (Golestan Palace) หรือ “พระราชวังสวนกุหลาบ” โบราณสถานสำคัญใจกลางกรุงเตหะราน ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีทางอากาศส่งผลให้องค์การยูเนสโก (UNESCO) ต้องออกแถลงการณ์แสดงความกังวลขั้นสูงสุด

◾️มรดกโลกเสียหายจากไฟสงคราม

องค์การยูเนสโกเปิดเผยว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา พระราชวังโกเลสตาน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ได้รับความเสียหายจากเศษซากปรักหักพังและคลื่นกระแทก (Shock wave) ภายหลังเกิดการโจมตีทางอากาศบริเวณจัตุรัสอาร์ก (Arg Square) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่กันชน (Buffer zone) ของพระราชวัง

เหตุการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานที่ระบุว่าสถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับความเสียหายจากปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลอิสราเอลเมื่อช่วงคืนวันอาทิตย์ โดยนายเซเยด เรซา ซาเลฮี อามิรี (Seyed Reza Salehi Amiri) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมรดกทางวัฒนธรรมของอิหร่าน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เพื่อเร่งประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ด้วยตนเอง

◾️UNESCO เตือนทุกฝ่าย ย้ำมรดกโลกต้องได้รับการคุ้มครอง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยูเนสโกได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการปกป้องแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมท่ามกลางความรุนแรงที่บานปลาย โดยระบุว่ากำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ในอิหร่านและทั่วภูมิภาคอย่างใกล้ชิด

เพื่อเป็นการป้องกันความสูญเสียเพิ่มเติม ยูเนสโกได้ส่ง “พิกัดทางภูมิศาสตร์” ของแหล่งมรดกโลกและสถานที่สำคัญระดับชาติทั้งหมด ไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งรับทราบ เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีที่อาจสร้างความเสียหาย พร้อมกันนี้ยังได้ย้ำเตือนว่า ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมจะต้องได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อนุสัญญากรุงเฮกปี 1954” (1954 Hague Convention) ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในกรณีเกิดความขัดแย้งทางอาวุธ และ “อนุสัญญาปี 1972” ว่าด้วยการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลก

◾️สัญลักษณ์แห่งเปอร์เซีย

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพระราชวังโกเลสตานถือเป็นความสูญเสียทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากพระราชวังแห่งนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มอาคารที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงเตหะราน โดยเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซาฟาวิด (Safavid) ในช่วงศตวรรษที่ 16 หรือราว 500 ปีก่อน และเข้าสู่ยุคทองในสมัยราชวงศ์กอญัร (Qajar) ศตวรรษที่ 19 ซึ่งถูกใช้เป็นทั้งที่ประทับของกษัตริย์และศูนย์กลางการปกครองประเทศ

ความโดดเด่นของพระราชวังโกเลสตานคือการเป็นสถาปัตยกรรมที่หลอมรวมศิลปะเปอร์เซียคลาสสิกเข้ากับอิทธิพลของศิลปะตะวันตกได้อย่างวิจิตรบรรจง ภายในมีจุดเด่นสำคัญระดับโลกอย่าง “บัลลังก์หินอ่อน” (Marble Throne) และ “ห้องโถงกระจก” (Hall of Mirrors) ที่ประดับประดาด้วยกระจกชิ้นเล็กๆ ระยิบระยับและกระเบื้องเคลือบอันงดงาม จนได้รับการยกย่องและขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 2013


ข่าวที่เกี่ยวข้อง