สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ล่าสุดทางการอิหร่านออกมายืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดแล้ว ขณะที่การสู้รบได้ลุกลามบานปลายจนสร้างความสูญเสียให้กับทั้งกองทัพสหรัฐฯ พลเรือนในภูมิภาคอ่าวอาหรับ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก

เปิดฉากถล่มวันที่ 2 “Operation Epic Fury”
ปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลยังคงเดินหน้าอย่างดุเดือด โดยมุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์ คลังขีปนาวุธ และระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน กองทัพสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 เข้าโจมตีเป้าหมายไปแล้วกว่า 900 ครั้ง ขณะที่ฝั่งอิสราเอลทิ้งระเบิดไปกว่า 1,200 ครั้ง และสามารถจมเรือรบของอิหร่านได้ถึง 9 ลำ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่าปฏิบัติการกวาดล้างนี้อาจใช้เวลายืดเยื้อถึง 4 สัปดาห์ สอดคล้องกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ที่ประกาศว่ายังมีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านอีกหลายพันแห่งที่รอการถูกโจมตี ด้านสหราชอาณาจักรได้ประกาศจุดยืนสนับสนุนปฏิบัติการนี้อย่างเต็มที่ โดยไฟเขียวให้กองทัพสหรัฐฯ สามารถใช้ฐานทัพทหารของอังกฤษในไซปรัสเป็นฐานปล่อยการโจมตีได้

อิหร่านสูญเสียหนัก ประกาศไว้อาลัย 40 วัน
ทางการอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการเสียชีวิตของ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของประเทศ พร้อมประกาศวาระไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วัน นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยยอดความสูญเสียระดับแกนนำว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงเสียชีวิตแล้วถึง 48 ราย ซึ่งมีรายงานว่ารวมถึงอดีตประธานาธิบดี มาห์มูด อาห์มาดิเนจัด ด้วย
อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศได้สร้างความสูญเสียอย่างประเมินค่าไม่ได้ต่อพลเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิตเกือบ 150 ราย จากเหตุการณ์ที่ขีปนาวุธพลาดเป้าไปตกใส่โรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่งในเมืองมินับ (Minab) ทางตอนใต้ของอิหร่าน

อิหร่านโต้กลับเดือด ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 3 นาย
ในขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้เปิดฉากตอบโต้อย่างหนักหน่วงด้วยการระดมยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกมายืนยันความสูญเสียครั้งสำคัญ โดยระบุว่ามีทหารอเมริกันเสียชีวิต 3 นาย จากเหตุอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพในประเทศคูเวต ส่งผลให้ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศกร้าวว่าจะล้างแค้นให้กับความสูญเสียในครั้งนี้
ส่วนในอิสราเอล ขีปนาวุธของอิหร่านได้โจมตีเข้าใส่เมือง Beit Shemesh ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8-9 ราย และบาดเจ็บกว่า 50 ราย รวมถึงมีผู้เสียชีวิต 1 รายในกรุงเทลอาวีฟ

ลุกลามสู่อ่าวอาหรับและส่งผลกระทบระดับโลก
ไฟสงครามได้ขยายวงกว้างเข้าสู่กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ อิหร่านได้ยกระดับการโจมตีเป้าหมายพลเรือน เช่น สนามบินและโรงแรมหรูในดูไบ คูเวต และบาห์เรน โดยทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รายงานพบผู้เสียชีวิต 3 รายจากชิ้นส่วนอาวุธที่ตกลงมาใส่บ้านเรือน
ผลกระทบจากสงครามยังทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะยานขึ้นถึง 13% ในทันที หลังจากมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและเป้าหมายใกล้ท่าเรือในประเทศโอมาน นอกจากนี้ ความโกรธแค้นของมวลชนต่อการเสียชีวิตของผู้นำอิหร่าน ได้ทำให้เกิดเหตุจลาจลรุนแรงในเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้จุดไฟเผาประตูทางเข้าสถานกงสุลสหรัฐฯ จนนำไปสู่การปะทะและมีผู้เสียชีวิต