คัดลอก URL แล้ว
“กมธ.พาณิชย์ วุฒิสภา“ จี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ หลัง พบทุนต่างชาติครอบงำการค้าทุนเรียน

“กมธ.พาณิชย์ วุฒิสภา“ จี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ หลัง พบทุนต่างชาติครอบงำการค้าทุนเรียน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา นำโดยนายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธานการประชุมโดยมีการพิจารณาในประเด็นสำคัญคือสถานการณ์ปัญหาการปลูก การจำหน่าย และการส่งออกทุเรียนไทย โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ซึ่งได้รับการเปิดเผยว่าสถามการณ์ ปัญหาห่วงโซ่อุปทานทุเรียนไทยในปัจจุบันนั้น กำลังเผชิญกับวิกฤตเชิงโครอสร้างจากการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่ครอบงำระบบการค้ากว่าร้อยละ 90 นั้นผ่านการทุมซื้อ ยึดครองกิจการล้งและระบบขนส่ง ส่งผลให้รายได้จากการส่งออก ซึ่งมีมูลค่ากว่าแสนล้านบาทกลับมาสู่ผู้ประกอบการไทยเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น อีกทั้งสภาวะอากาศที่ร้อนในปัจจุบันยังก่อให้เกิดปัญหาคุณภาพผลผลิต โดยพบทุเรียนตกเกรดจากการระบาดของเพลี้ยไฟในปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาจำหน่ายลดต่ำลง

ทางกรรมาธิการจึงมีข้อเสนอดังนี้

1.ควรให้มีการวางมาตรฐานกลางผ่านระบบ “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเกษตร” (DIGITAL PLATFORM) เพื่อสร้างระบบตรวจสอบ ย้อนกลับที่แม่นยำถึงระดับต้นทุเรียนและรองรับการจองผลผลิต ล่วงหน้า

2.ให้ภาครัฐสนับสนุนมาตรการเชิงรุก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และการประชาสัมพันธ์การนำทุเรียนตกเกรดมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑุมูลค่าสูงเพื่อพยุงราคา ให้แก่เกษตรกร

3.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการตรวจสอบกำกับดูแลปัญหา การใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพาะปลูกโดยนอมินีอย่างเข้มงวดกำหนดให้ผู้ประกอบการและโรงคัดบรรจุต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้ระบบภาษีและรายได้จากการส่งออกหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อป้องกันการยึดครองห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของเกษตรกรและสร้างความเป็นธรรมในระบบการค้าทุเรียนไทยอย่างยั่งยืน

ทางคณะกรรมาธิการยังได้พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ รวมถึงการทำธุรกิจผูกขาดของทุนข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เข้าให้ข้อมูล

ทางกรรมาธิการได้พิจารณาแยกประเด็นปัญหาตามห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ โดยได้เห็นพ้องว่าการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำนั้นไม่อาจจำกัดอยู่เพียงมาตรการเฉพาะหน้าระยะสั้นแต่จำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดผลอย่างยั่งยืนในระยะกลางและระยะยาว

จากการพิจารณาทางกรรมาธิการ เห็นควรให้ตั้ง คณะทำงานพิจารณาแนวทางการแก้ไข ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำขึ้นโดยมีฃคณะทำงานครอบคลุมทุกมิติของการบูรณาการ เพื่อร่วมกันพิจารณาศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง