คัดลอก URL แล้ว
“ดร.ณัฏฐ์” แทงสวนความเห็น “วิษณุ” ปมบาร์โค้ด ไม่กระทบการใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ 

“ดร.ณัฏฐ์” แทงสวนความเห็น “วิษณุ” ปมบาร์โค้ด ไม่กระทบการใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ 

 วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สืบเนื่องจากนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เป็นความลับ ทำให้ประชาชนสับสนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโมฆะหรือไม่นั้น ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า กรณีนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เห็นด้วยกับแนวทางไม่ลับ โดยระบุว่า คำว่า ลับ ตามความหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ต้องเป็นความลับตลอดเวลา คือ เป็นความลับไปกับโลกนี้เลย ถึงเรียกว่า ลับ นั้น  ตนเห็นแย้งกับความเห็นดังกล่าว การให้ความเห็นว่า ไม่ลับ ทำให้ประชาชนสับสนในข้อเท็จจริง โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนก่อน แม้รัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วรรคหนึ่ง ไม่ได้บัญญัติว่า คำว่า “ลับ” ไว้ระยะเวลานานเท่าใด หากเทียบเคียงกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 9/2549 ระบุชัด “ต้องลับในขณะกาบัตรเลือกตั้ง” บุคคลอื่นไม่สามารถมองเห็นได้ และอีกประการหนึ่งในชั้นเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อ โดยต้องเก็บรักษาไว้ 2 ปี เว้นแต่มีคำสั่งศาลให้ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ลับ ตราบนิจนิรันดร์ เพราะมีข้อยกเว้น หากศาลมีคำสั่งให้เปิดเพื่อตรวจสอบพิสูจน์ข้อเท็จจริง

การเลือกตั้งโดย “ตรง” อธิบายได้ว่า การที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้อำนาจของตนเองในการตัดสินใจเลือกผู้สมัครโดยไม่ผ่านตัวแทน โดยมีขั้นตอนการยืนยันตัวตน และการลงคะแนนด้วยตนเอง

 การเลือกตั้งโดย “ลับ” อธิบายได้ว่า การรับประกันว่าข้อมูลการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่น เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมาย การถูกข่มขู่ หรือการซื้อสิทธิขายเสียงซึ่งมีการรักษาความลับเป็น 2 ระยะ ได้แก่  

ระยะที่ 1 ขณะลงคะแนนในคูหา ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะอยู่ในคูหาเพียงลำพัง การทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งจะไม่มีใครเห็น เป็นความลับ และห้ามเปิดเผยบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว ให้ผู้อื่นทราบได้ว่าลงคะแนนให้ผู้ใด  

 ระยะที่ 2 หลังการนับคะแนนเสร็จสิ้นจะมีการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งที่ผ่านการนับคะแนนแล้ว มีการเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัยและเป็นไปตามกฎหมายและเก็บรักษาไว้ 2 ปี

การกำหนดรหัสลับในบัตรเลือกตั้ง อธิบายได้ว่า ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง กฎหมายได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และแก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้ มาตรา 85 “หีบบัตรเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งให้มีลักษณะตามที่ กกต.กำหนด…” โดยมีบทห้ามไว้ในมาตรา 95,97,99โดยระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 129 ให้อำนาจ กกต.กำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง”           

 เหตุที่เป็นเช่นนี้ ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในขั้นตอนจัดเก็บรักษาบัตร ข้อ 252 กำหนดว่า บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และเอกสารที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้จัดเก็บไว้ไม่น้อยกว่า 2 ปี แล้วนำไปทำลาย

พูดภาษาชาวบ้าน คือ กระบวนการตรวจสอบย้อนกลับใน (1) บัตรเลือกตั้ง (2) ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และ(3)บัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิ แยกเก็บ ไม่ได้นำมารวมกันจึงไม่สามารถตรวจสอบได้ หากบุคคใดฝ่าฝืน ย่อมมีความผิดกฎหมาย

Barcode นำหลักความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง เป็นไปตามปฏิญญาสากลว่าด้วยการเลือกตั้ง ต้องเสรีและเป็นธรรม โดย Barcode ถูกนำไปใช้ในเทคโนโลยีสมัยใหม่ยุคดิจิทัล โดยต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เบลเยี่ยม ฟิลิปปินส์ ถูกนำมาใช้บนหลักความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง และความปลอดภัยของการจัดการเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้ง ไม่กระทำหลักการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและเป็นความลับ พูดภาษาชาวบ้าน คือ การออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับของประชาชนผู้ใช้สิทธิ กับหลักความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง ของ กกต. จะต้องเดินไปควบคู่กันไป ไม่มีผลกระทำต่อการออกเสียงลงคะแนนและลับ การกำหนดรหัสลับในบัตรเลือกตั้ง เป็น Barcode ในบัตรเลือกตั้ง กกต.มีอำนาจกระทำได้ ไม่ได้ไปกระทำละเมิดสิทธิของประชาชน เพราะกกต.อาจกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ในบัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 129วรรคสอง  

 โดย Barcode มีหลักการสำคัญ 3 ประการ ดังนี้ ประการแรก ความปลอดภัยและการรักษาความลับของบัตรเลือกตั้ง ประการที่สอง ขั้นตอนการลงคะแนน และการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วมีความปลอดภัย และเป็นไปตามกฎหมาย  ไม่สามารถนำบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วมาตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้ง ประการที่สามมาตรการในการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งที่ผ่านการนับคะแนน เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 179 ข้อ 180 ข้อ 183 ข้อ 184 และข้อ 252 การกำหนดรหัสหรือบาร์โค้ด เป็นการรักษาความปลอดภัยในบัตรเลือกตั้ง เพื่อป้องกันบัตรเกินจำนวน บัตรปลอมและการทุจริตการเลือกตั้ง ตราบใด “บัตรเลือกตั้ง” “ต้นขั้ว” และ “บัญชีรายชื่อที่ประชาชนผู้ใช้สิทธิ” ถูกจัดเก็บแยกต่างหากจากกันและรักษาเป็นความลับภายหลังเลือกตั้งแล้ว ไม่อาจตรวจสอบย้อนหลังถึงความลับในการออกเสียงเลือกตั้งของประชาชนได้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง