รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวนิก นักวิชาการด้านกฎหมาย วิเคราะห์การกลับมาเคลื่อนไหวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังได้รับการพักโทษ ผ่านรายการข่าวแห่งหนึ่ง ถึงกรณีระบุว่า “จำศีลมา 8 เดือน” ว่า เป็นลูกเล่นทางการเมืองเพื่อสร้างประเด็นและดึงความสนใจ ซึ่งสะท้อนประสบการณ์ด้านการสื่อสารสาธารณะของนายทักษิณ
โดยในเชิงเปรียบเปรย อาจหมายถึงการหลบจากช่วงเวลาวิกฤติของชีวิต แต่หากตีความในเชิงสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต การ “จำศีล” เมื่อสิ้นสุดลง ก็มักตามมาด้วยการออกหาอาหารหรือแสดงอิทธิฤทธิ์ จึงทำให้สังคมมองว่า หลังจากนี้อาจมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เข้มข้นมากขึ้น
เมื่อถามถึงกระแสคาดการณ์ว่า นายทักษิณอาจ “จำศีลต่อ” อีก 4 เดือน และไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองจนกว่าจะพ้นโทษ รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า แม้เรื่องหนึ่งจะผ่านไป แต่ยังมีหลายประเด็นคาราคาซัง โดยเฉพาะเงื่อนไขของผู้ได้รับการพักโทษ เพราะการไม่ได้เข้าเรือนจำตั้งแต่แรก อาจถือเป็นการละเมิดกฎหมาย และไม่ควรได้รับสิทธิพักโทษ
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า กรณีการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจแทนการเข้าเรือนจำ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เคยระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ 12 คนเข้าไปเกี่ยวข้องภายใต้การดำเนินการของนายทักษิณ ซึ่ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบอยู่ หากสุดท้ายทั้ง 12 คนมีความผิด นายทักษิณก็อาจเข้าข่ายเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนไปด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีคดีมาตรา 112 ที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาลอาญาอีกด้วย
รศ.ดร.เจษฎ์ ยังกล่าวถึงคดีภาษีหุ้นชินคอร์ป มูลค่า 1.76 หมื่นล้านบาท ว่า กรมสรรพากรยังมีอำนาจบังคับคดีภายใน 10 ปี ซึ่งต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสืบทรัพย์ อายัดทรัพย์ และบังคับคดี เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้รัฐ หากหน่วยงานใดเพิกเฉย อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
เมื่อถามว่ามีการมองว่า “บ้านจันทร์ส่องหล้า” อาจกลายเป็น “ทำเนียบสาขา 2” นั้น รศ.ดร.เจษฎ์ มองว่า ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ แต่วาทกรรมนี้เกิดขึ้นแล้ว และนายทักษิณควรเลือกวางบทบาทเป็น “ลมใต้ปีก” คล้ายบทบาทของ เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ก็สามารถทำได้ โดยจะทำให้บ้านจันทร์ส่องหล้ามีคนเข้าออกและมีอิทธิพลทางการเมือง
แต่หากเลือกออกหน้าออกตา ก็จะทำให้เกิดแรงเสียดทานทางการเมือง และยิ่งตอกย้ำภาพ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” เป็นอีกศูนย์กลางอำนาจหนึ่ง และยังจะบดบังบทบาทของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย
ทั้งยังอาจกระทบต่อบุคคลอื่นในพรรคเพื่อไทยที่ต้องการผลักดันผลงานรัฐบาล โดยเฉพาะหากมีการเคลื่อนไหวล้ำหน้าเหมือนช่วงกลับประเทศไทยใหม่ ๆ ในปี 2566 ซึ่งเคยสร้างแรงกระเพื่อมและอุปสรรคปัญหาทางการเมืองมาแล้ว
เมื่อถามว่า นายทักษิณยังเป็นตัวแปรทางการเมืองไทยหรือไม่ รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุว่า นายทักษิณยังเป็นบุคคลที่มีฝีมือทางการเมืองสูง และสามารถสร้างทั้งผลบวกและผลลบต่อประเทศได้ ขึ้นอยู่กับบทบาทและวิธีการเคลื่อนไหวของตัวเองในระยะต่อจากนี้
