วันนี้ที่โรงแรมเดอะเดวิส นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง แถลงข่าวโต้พรรคประชาชนด้วย หัวข้อ “จริยธรรมพรรคส้ม ส่งผู้สมัครเทาอีกแล้ว!” นำส้มใส่กระปุก ติดป้าย “สีเทา” และทำน้ำส้มคั้นต่อหน้าสื่อ พร้อมทั้งนำบลูเบอรี่เป็นสัญลักษณ์แทนพรรคน้ำเงิน และสตอเบอรี่แทนพรรคแดง มาวางบนโต๊ะคู่กันประกอบการแถลงด้วย
นายชูวิทย์เปิดเผยว่า ข้อมูลต่างๆ ตนเองไม่ได้หามาเอง แต่คนในพรรคส้มส่งมาให้ ก่อนเปิดคลิปเสียง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. โดยในคลิปมีพูดถึงชื่อนายชัยธวัช ตุลาธน และ นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน เพื่อยืนยันว่าเป็นหลักฐาน จากการแถลงข่าวครั้งที่แล้ว โดยในคลิปดังกล่าว เสียงอดีต ผบ.ตร.พูดถึงข้อตกลงเกี่ยวกับข้อตกลง ให้ดำเนินการหาผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส. ในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 10 คน เพื่อแลกกับอำนาจทางการเมือง คุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายชูวิทย์ ขอไม่เปิดว่าคือเนื้อหาเพิ่ม บอกว่าตนเองมาแค่สั่งสอน ไม่ได้มาแฉ หรือมาทำลายคะแนนพรรคส้ม แต่การพูดว่าตนไม่มีหลักฐานมันไม่ใช่ ตนเองมีครบ
จากนั้น ชูวิทย์ยังล้วงหาส้มเน่าในกระปุก และบอกว่าได้ส้มหมายเลข 6 ก่อน และบอกใบ้ว่าเบอร์ 6 คือผู้สมัครพรรคส้มภาคเหนือ ก่อนยันว่าตนเองเป็นด้อมส้มตัวจริง ตนเองมาสั่งสอนในฐานะราษฎรใหม่ เพื่อทำให้พรรคต่างๆ ไม่ปลุกปั่น สร้างความแตกอยก สร้างความโกรธแค้นให้ประชาชน
จากนั้นได้หยิบรูป “ไอซ์ รักชนก” สส.พรรคประชาชน ที่หาเสียงช่วยผู้สมัครที่นายชูวิทย์อ้างว่าเอี่ยวสีเทา ไอซ์ไปหาเสียงก็ไม่รู้หรอกว่าสีเทาไหม เพราะพรรคให้ไป ก่อนเปิดภาพและชื่อผู้สมัครเบอร์ 4 “นางสาวขวัญรัตน์ พนมขวัญ” อายุ 35 ปี ผู้สมัคร สส. จ.แพร่ โดยระบุว่า ในปี 66 นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ซึ่งเป็นอาแต่งตั้งหลานสาว เป็นรองนายกฯ ขณะนั้น นางสาวขวัญรัตน์อายุเพียง 32-33 ปี เท่านั้น แต่ในพระราชบัญญัติเทศบาล มาตรา 48 ระบุว่าต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง แต่เหตุใดได้เป็นรองนายกฯ แต่ต่อมาก็มีคำสั่งพ้นจากตำแหน่งรองนายกฯ เพราะอายุไม่ถึงเกณฑ์ และต่อมาจึงคืนเงินเดือน นายชูวิทย์ระบุว่า ความผิดนี้สำเร็จแล้ว แต่ปัจจุบันกลับมาสมัคร สส.พรรคส้ม เขต 1 เบอร์ 4 จ.แพร่ ตั้งคำถามว่าพรรคส้มมีการตรวจสอบผู้สมัคร สส.หรือไม่ เพราะนี่ก็เทาอีกแล้ว
ประเด็นที่อยากสื่อคือ “กระบวนการคัดสรรพรรคส้มมีปัญหาอย่างรุนแรง ขนาดคัดผู้สมัคร 500 คนยังมีปัญหา นับประสาอะไรจะไปดูแลคนทั้งประเทศ” พร้อมระบุว่าสภาพพรรคส้มตอนนี้เป็นแบบนี้ ก่อนเอาส้มไปหั่นเป็น 2 ซีก ซึ่งไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน จะไปดูแลใครไดั และยังคั้นน้ำส้มออกมาดื่มโชว์สื่อ
นายชูวิทย์นะบุว่าการที่อาตั้งหลานเป็นรองนายกฯ มันผิดชัดเจน การลงสมัคร สส.เมืองแพร่ ที่หนูไอซ์ไปช่วยมันเปล่าประโยชน์ จะเรียกเทาอะไรก็ได้ เทาอ่อนก็ได้ เพราะมีเทาหลายอย่าง
ตนเองขอเตือนพรรคประชาชนต้องเลิกหาเสียงปราศรัยแบบที่สามย่านมิตรทาวน์ ปลุกปั่น ปลุกระดม สร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชน พร้อมเอาธูปมาสาบานว่าคนในพรรคส่งข้อมูลให้ตนเองทั้งนั้น
นอกจากนี้ยังเปิดคลิปหาเสียงไอซ์รักชนก ที่ปราศรัยพูดถึงการเก็บเงินของประกันสัมคม 750-875 บาท ว่าแนวทางการหาเสียงเป็นไปด้วยความเกลียดชัง ตนเองอยากถามว่า 750 ควักจากกระเป๋าคุณทุกคน หากคุณไม่จ่ายใครจะจ่าย ทำไมคุณไม่พูดวิธีแก้ปัญหา หากเป็นรัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไร นี่คือวิธีการปลุกอารมณ์ โดยไม่ใช้เหตุผล ตนเองจึงขอสอนรุ่นน้อง ในฐานะรุ่นพี่ธรรมศาสตร์ นายชูวิทย์ร
ะบุว่า คุณจัดการตรงนี้ก่อนไหม เอาให้ตัวเองสะอาดก่อน หากตนล้วงจับส้มอีกก็เจอเทาอีก ทำให้ประชาชนเกลียดชังระบบ แต่ประเทศชาติไม่ได้อะไร หากยังไม่หยุดหาเสียงแบบนี้จะหยิบส้มเน่าออกมาอีกแน่
พร้อมเปิดคลิปปราศรัยที่พรรคส้มชนะอันดับ1 แต่จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ที่อ้างกันว่าเป็นเพราะการร่วมโหวตของสมาชิกวุฒิสภาในการโหวตนายกรัฐมนตรี นายชูวิทย์ระบุว่า ก็เพราะคุณพูดแต่เรื่อง ม.112 แล้วเขาไม่ให้เป็นรัฐบาลตรงไหน? ทำไมไม่คุยกับ “พรรคภูมิใจไทย” หากไม่มี ม.112 เขาก็ร่วมรัฐบาลแล้ว ทำไมไม่คุยกัน เพราะคุณอยากแก้ ม.112 ไปชู 3 นิ้ว
ขอถามง่าย ๆ ว่าทำไมพรรคส้มไม่เป็นรัฐบาล เพราะ ณ วันนั้นยังเหลืออีก 2 ปี ประกันสังคมที่คุณเรียกร้องต่างๆ ทำไมไม่เข้ากระทรวงแรงงานแก้ปัญหา ทำไมไปจำกัดเขาให้เหลือเวลา 4 เดือน พวกคุณไม่เป็นรัฐบาลเอง มาแสดงละครแบบนี้ทำไม พร้อมยืนยันตัวเองตัวคนเดียว ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังตนเองในการออกมาแฉครั้งนี้
ย้ำว่าหากไม่หาเสียงโดยวิธีปลุกปั่น ตนเองก็จะไม่แฉ แต่หากยังใช้วิธีเดิม ตนเองก็จะออกมาเปิดเรื่อยๆ เพื่อพิสูจน์ว่ายังมีอีกเยอะ
ส่วนด้อมส้มจะด่าตนเอง ด่าได้ตามสบาย ตนเองไม่สน เพราะเก่งแต่ในคอมเมนต์