
สรุปเข้าใจง่าย คดีมติ อ.ก.พ.สธ. ปลดหมอสุภัทร กรณีจัดซื้อ ATK ช่วงโควิด ฝ่ายรัฐชี้ผิดวินัยร้ายแรง ฝ่ายเจ้าตัวยันไม่เสียหาย ยังอุทธรณ์ได้
- เกิดอะไรขึ้น
- วันที่ 22 ม.ค. 2569 ที่ประชุม อ.ก.พ.สธ. มีมติ 4 ต่อ 3 ให้ “ปลดออกจากราชการ” นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จากคดีวินัยร้ายแรงเรื่อง จัดซื้อ ATK ช่วงโควิดปี 2564
- จังหวะเกิดก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ประมาณ 15 วัน ขณะเจ้าตัวเป็นผู้สมัคร สส. สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน
- ข้อกล่าวหาหลัก (ฝั่งสอบสวน/สธ.)
- ถูกมองว่า แบ่งซื้อ วงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวน 5 ครั้ง เข้าข่ายหลีกเลี่ยงระเบียบ/กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง
- ขั้นตอนพัสดุ/ตรวจรับ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์
- ถูกระบุว่าเป็นการปฏิบัติที่ ทำให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง และเกี่ยวกับ “แสวงหาประโยชน์” ให้ผู้ขาย/ผู้อื่น
- ข้อชี้แจงสำคัญ (ฝั่งหมอสุภัทร)
- ซื้อ ATK 42,854 ชุด ราคา 230 บาท/ชุด ต่ำกว่ากรอบเบิก สปสช. 450 บาท และต่ำกว่าราคากลางบางช่วง
- ยืนยันเป็น การจัดซื้อเร่งด่วน ในภาวะฉุกเฉินโควิด และไม่ได้แบ่งซื้อเพื่อเลี่ยงกฎ
- เงินชดเชยจาก สปสช. เข้า บัญชีเงินบำรุงโรงพยาบาล ไม่ใช่เงินเข้าบัญชีส่วนตัว และยืนยัน ไม่มีความเสียหายต่อรัฐ
- ตั้งข้อสังเกตกระบวนการ เช่น ไม่ได้ชี้แจงด้วยวาจา, เอกสารประกอบการลงมติ ไม่ครบถ้วน/เร่งรีบ และมีกรรมการบางส่วนเสนอให้ส่งเรื่องให้ ก.พ.ชุดใหญ่ พิจารณา
- ไทม์ไลน์กระบวนการ (ตามที่ สธ.ชี้แจง)
- ก.พ. 2566 ตรวจสอบภายใน
- มี.ค. 2566 ตั้งกรรมการสืบสวน
- พ.ค. 2566 ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง
- ก.ย. 2568 ส่งรายงานสอบสวนถึงปลัด สธ.
- 4 ธ.ค. 2568 เข้า “คณะกรรมการกลั่นกรอง”
- 22 ม.ค. 2569 เข้า อ.ก.พ.สธ. และมีมติปลด
- ตอนนี้อยู่ขั้นไหน / ทำอะไรได้บ้าง
- สธ.บอก มติ อ.ก.พ.สธ. เป็นความลับราชการ ยังเปิดรายละเอียดไม่ได้จนกว่าจะมีคำสั่ง
- อยู่ขั้น ออกคำสั่งลงโทษ และต้อง รายงาน ก.พ. ภายใน 15 วัน
- นพ.สุภัทรอุทธรณ์ได้ (โดยทั่วไปกรอบ 30 วันหลังรับแจ้งคำสั่ง) และสามารถไปศาลปกครองเพื่อขอทุเลาบังคับได้
- ถ้า ก.พ.มีมติสวน กระทรวงต้อง ยึดตามมติ ก.พ.
- ประเด็นใหญ่ที่สังคมถกเถียง
- “วินัยราชการ” กับ “ภาวะฉุกเฉินโควิด” ตีความกฎพัสดุแค่ไหนถึงพอดี
- ความเป็นธรรมของกระบวนการ เพราะมติเฉือนกัน และช่วงเวลาใกล้เลือกตั้ง
- ผลต่อคุณสมบัติผู้สมัคร สส. หากคำสั่ง “พ้นจากราชการเพราะวินัยร้ายแรง” มีผลในทางเลือกตั้ง