คัดลอก URL แล้ว
นักวิชาการ ถาม “พรรคประชาชน” หลังลดอุดมการณ์ สื่อสารสับสน ชวนสงสัย เปลี่ยนท่าที หวังเข้าสู่อำนาจ

นักวิชาการ ถาม “พรรคประชาชน” หลังลดอุดมการณ์ สื่อสารสับสน ชวนสงสัย เปลี่ยนท่าที หวังเข้าสู่อำนาจ

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นถึงท่าทีทางการเมืองของ พรรคประชาชน ในระยะหลังว่า เริ่มปรากฏความคลุมเครือทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และการสื่อสารทางการเมือง จนทำให้สังคมตั้งคำถามสำคัญว่า ในที่สุดแล้ว พรรคประชาชนพร้อมจับมือใครก็ได้เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ ภายในพรรคประชาชนมีความแตกต่างของท่าทีอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะความไม่สอดคล้องกันระหว่างถ้อยแถลงของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ซึ่งยืนยันจุดยืนไม่ร่วมมือกับบางกลุ่มทางการเมือง เพื่อรักษาเส้นแบ่งเชิงหลักการและอุดมการณ์ กับท่าทีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และแกนนำบางส่วน ที่ส่งสัญญาณเปิดกว้างต่อความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับทุกพรรคการเมือง โดยไม่ย้ำเส้นต้องห้าม เหมือนในอดีต

นักวิชาการชี้ว่า ความไม่ตรงกันดังกล่าว ไม่ใช่เพียงปัญหาเชิงภาพลักษณ์ แต่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างอำนาจภายในพรรคว่า ใครคือผู้กำหนดยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่แท้จริง ระหว่างผู้นำตามโครงสร้างอย่างเป็นทางการ กับบุคคลที่ไม่มีตำแหน่งบริหารพรรค แต่กลับมีบทบาทนำในทางปฏิบัติ และไม่ได้ต้องรับผิดชอบผ่านกลไกสถาบันของพรรค

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงวาทกรรม “มีเราไม่มีเทา” ซึ่งพรรคประชาชนใช้เป็นฐานสร้างความชอบธรรมทางการเมือง ว่าเริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้น จากกรณีผู้สมัครบางรายถูกตั้งข้อกังขาเรื่องความเชื่อมโยงกับธุรกิจหรือเครือข่ายผลประโยชน์สีเทา แม้บางกรณียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยังไม่ถึงข้อยุติทางกฎหมาย แต่เพียงการปรากฏของข้อร้องเรียน ก็เพียงพอที่จะสั่นคลอนความน่าเชื่อถือของวาทกรรมดังกล่าวในสายตาสาธารณะ

รศ.ดร.โอฬาร เห็นว่า เมื่อเชื่อมโยงความคลุมเครือด้านจุดยืนการจับมือทางการเมือง เข้ากับความไม่ชัดเจนในการคัดกรองผู้สมัคร จะเห็นว่าทั้งสองประเด็นสะท้อนปัญหาแกนเดียวกัน คือโครงสร้างอำนาจและกระบวนการตัดสินใจภายในพรรคประชาชน มีปัญหา และลามไปถึงจุดยืนต่างๆ ของพรรคที่พร้อมเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา อย่างเรื่องการจับมือ ดูเหมือนจะลดบาร์ลงแล้ว และเป็นการเปิดทางสู่การเข้าไปมีอำนาจ ซึ่งไม่ผิด แต่ขัดกันกับสิ่งที่เคยพูดไว้ โดยเฉพาะกับพรรคที่ชูตัวเองเป็นการเมืองใหม่ แถมหัวหน้าพรรคไปด่าพรรคอื่น เป็นอีแอบ อาการกลับไป กลับมา เปลี่ยนจุดยืน เปลี่ยนแนวทาง ยิ่งไม่สมควร

ท้ายที่สุด นักวิชาการระบุว่า หากพรรคประชาชนยังต้องการยืนหยัดในฐานะพรรคการเมืองที่อ้างตนเป็น “การเมืองใหม่” ความเป็นเอกภาพในการสื่อสารและความชัดเจนของเงื่อนไขการจัดตั้งรัฐบาลไม่ใช่เรื่องรอง พรรคจำเป็นต้องตอบคำถามต่อสาธารณะอย่างตรงไปตรงมาว่า จะร่วมมือกับใคร ภายใต้เงื่อนไขใด ใครเป็นผู้ตัดสินใจ และกลไกตรวจสอบภายในพรรคอยู่ตรงไหน มิฉะนั้น ความเชื่อมั่นต่อจุดยืน อุดมการณ์ และภาพลักษณ์การเมืองใหม่ ย่อมถูกตั้งคำถามรุนแรงยิ่งขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง