คัดลอก URL แล้ว
ส้มไม่ทน! หลัง “ชูวิทย์” ปูดดีลลับ 10 สส.ใต้ แลก “บิ๊กโจ๊ก” นั่งรองนายกฯ คุมตำรวจ

ส้มไม่ทน! หลัง “ชูวิทย์” ปูดดีลลับ 10 สส.ใต้ แลก “บิ๊กโจ๊ก” นั่งรองนายกฯ คุมตำรวจ

สัปดาห์ที่แล้ว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ทยอยให้สัมภาษณ์สื่อ และโพสต์เล่าเรื่อง “ดีลลับ” ระหว่าง บิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กับนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าและอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงแกนนำพรรคสีส้มว่า ถ้า บิ๊กโจ๊ก ทำให้ สส. ภาคใต้ได้ที่นั่งสัก 10 คน เขาจะขอตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีคุมตำรวจ ซึ่งสะท้อนสิ่งที่เขาเคยพูดไว้ว่า จะกลับมาคุมตำรวจ ผ่านกลไกของพรรคส้ม ซ้ำยังบอกด้วยว่า ถ้าบิ๊กโจ๊ก ไม่ต้องมาเจอเรื่องสินบนทองแท่งเสียก่อน ป่านนี้อยู่ในทีมบริหารรัฐบาลประชาชน (The Professionals) แล้ว

เมื่อรวมกับปฏิบัติการกวาดล้างนักการเมืองสีเทา และกระแสโจมตี ทหารมีไว้ทำไม หรือ เรื่องมาตรา 112 ทำให้พรรคประชาชนไม่อาจจะอยู่เฉยได้ ล่าสุด นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวช่วงสายวันนี้ (19 ม.ค. 69) โต้เฟคนิวส์ของนายชูวิทย์ ไม่เป็นความจริง เพราะชวนคนไทย ตระหนัก และถามกลับไปยังคุณชูวิทย์ว่า ทั้งหมดนี้ทำไปเพื่ออะไร พรรคไหนที่ได้ประโยชน์จากการกระทำของคุณชูวิทย์ และให้สังคมพิจารณาว่า ควรให้คุณค่ากับจินตนาการของคุณชูวิทย์ต่อไปหรือไม่ พร้อมถามหาหลักฐานจากนายชูวิทย์

“ผมถามจริงๆ มนุษย์คนหนึ่งเอาเรื่องจริงบ้างเท็จบ้างมาปะติดปะต่อ ทำให้ประชาชนคอยตาม จากนั้นเอามโนส่วนตัวจินตนาการส่วนตัวมาด้นต่อ กล่าวหาใส่ร้ายไปเลย และผลักภาระในการพิสูจน์ให้กับคนที่ถูกกล่าวหา พฤติกรรมแบบนี้สมควรหรือไม่ อย่างนั้นก็ต้องตอบมาสิ ดีลกับพลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์ หลักฐานคืออะไร” นายวิโรจน์กล่าว

ขณะที่นายชูวิทย์ แถลงข่าวต่อช่วงบ่าย ไม่มีปัญหาถ้าจะถูกพรรคประชาชนฟ้องร้อง ยืนยันที่คุยกับบิ๊กโจ๊ก เป็นการพูดคุยกันสองคน และไม่ได้อัดเทป โดยเห็นว่าเรื่อง “ดีลลับ” กับบิ๊กโจ๊กไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เพราะการที่คนทำงานจะได้รับผลตอบแทน ถือเป็นเรื่องปกติในทางการเมือง พร้อมประเมินผลการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า พรรคประชาชน จะได้ สส. 90 กว่า – 100 ที่นั่ง แต่ถ้าพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล ก็เชื่อว่า จะบริหารงานได้ไม่ดี เปรียบเสมือนส้มที่ยังไม่สุกแล้วรีบไปเด็ด มันจะเปรี้ยว และเชื่อว่า โอกาสหน้าสำหรับพรรคประชาชนยังมี

ย้อนกลับไปเมื่อการเลือกตั้ง ปี 2566 ก่อนหน้านี้ นายชูวิทย์ ต่อต้านนโยบายกัญชาเสรี ล็อคเป้าโจมตีพรรคภูมิใจไทย จนเป็นคดีฟ้องร้องหมิ่นประมาทกัน เมื่อตัดภาพมาวันนี้ เปิดประเด็นเรื่องพรรคประชาชน เลยดูเหมือนจะไปเข้าทางพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ทำให้นายวิโรจน์ฟาดแรงระหว่างการแถลงข่าววันนี้ว่า “คนที่เคยเกลียดกัญชาเข้าไส้ ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนมาติดกัญชางอมแงมไม่ได้” จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่า มีการรับงานใครมาหรือไม่ ซึ่งนายชูวิทย์ เคยให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ของคุณสรยุทธว่า “ถ้าฟ้าดินมีจริงนะ ขอให้ลงโทษผมเลย ถ้ามีใครมาสั่งการผม แม้แต่ประโยคเดียว ขอให้ผมจงวิบัติ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำ ขอให้ผมมีความวิบัติ แต่สิ่งที่ผมทำ ผมทำจากใจเสมอ”

สุดท้ายนี้ ขึ้นอยู่กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างเรา ต้องรวบรวมข้อเท็จจริงให้ได้มากที่สุด ก่อนตัดสินใจเลือกเพื่ออนาคตที่ชัดเจน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง