คัดลอก URL แล้ว
คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 หรือ วปอ.68 เข้ารับฟังบรรยายสรุปความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เกาหลีใต้ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว โดยบทบาทของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล มุ่งสร้าง partnerships ใหม่ ๆ ระหว่างภาคเอกชนไทย-เกาหลีใต้

คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 หรือ วปอ.68 เข้ารับฟังบรรยายสรุปความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เกาหลีใต้ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว โดยบทบาทของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล มุ่งสร้าง partnerships ใหม่ ๆ ระหว่างภาคเอกชนไทย-เกาหลีใต้

นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ให้การต้อนรับ คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 หรือ วปอ.68 ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานสาธารณรัฐเกาหลี พร้อมกับเข้ารับฟังการบรรยายสรุป

บทบาทของสถานเอกอัครราชทูตฯ ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม วปอ.ได้เรียนรู้และเข้าใจสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยตรง และได้รับฟังข้อมูลเชิงลึกด้านความมั่นคงและนโยบายต่างประเทศ

เกาหลีใต้ ถือว่าเป็น“หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” โดยรัฐบาลของสองประเทศยกระดับความสัมพันธ์เมื่อ พ.ย. 2555เพื่อขยายความร่วมมือทุกด้าน

มีการการหารือทวิภาคีระหว่างผู้นาทั้งสองฝ่ายในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 40 และ 41 ณ กรุงพนมเปญ และร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามปฏิญญาร่วมว่าด้วยแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ พ.ศ. 2565-2570(Joint Action Plan towards strengthening Strategic Partnership between the Kingdom of Thailand and the Republic of Korea 2022-2027) ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่าย ในโอกาสครบรอบ 10 ปีหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-เกาหลีใต้ เมื่อปี 2565

ในปี 2568 เกาหลีใต้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 13 ของไทย ด้วยมูลค่าการค้าทวิภาคี 14.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ม.ค. – พ.ย. 2568 – เพิ่มขึ้น 0.9% จากปี 2567) / มีการลงทุนอันดับ 12 ในไทย ด้วยมูลค่าการลงทุน 3,664ล้านบาท (ม.ค. – ก.ย. 2568)

ส่วนในด้านการท่องเที่ยว นั้น นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ เดินทางเข้าไทยในปี 2568 เป็นอันดับ 5 จำนวน 1,531,064 (ลดลงร้อยละ 16.54 เมื่อเทียบกับปี 2567) / ขณะที่คนไทยเดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้ 294,810 คน

การนำจุดแข็งของเกาหลีมาเสริมจุดแข็งของไทย “ต้นแบบ” เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาไทยต้องการเรียนรู้เทคโนโลยีสาขาที่เกาหลีใต้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาประเทศ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) / EV แบตเตอรี่ / เทคโนโลยีชีวภาพ (ไบโอเทค) / เมืองอัจฉริยะ / เซมิคอนดักเตอร์และ smart electronics

โดยบทบาทของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล มุ่งสร้าง partnerships ใหม่ ๆ ระหว่างภาคเอกชนไทย-เกาหลีใต้ 3 ด้านก็คือ 1.จับคู่/เชื่อมโยง บริษัทไทย-เกาหลีใต้ ที่สนใจขยายธุรกิจในสาขาเดียวกัน 2.Actively engage นัดพบกับบริษัท/สมาคมธุรกิจเกาหลีใต้
และ 3.Roadshowนาคณะนักธุรกิจไทยเดินทางมาเกาหลีใต้เพื่อแนะนาสินค้า/ผลิตภัณฑ์ และความต้องการด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ตลอดจนลักษณะความเป็นหุ้นส่วน

ปัจจุบัน มีคนไทยพานักอยู่ในเกาหลีใต้รวม 171,016 คน โดยในจานวนดังกล่าว พานักถูกกฎหมาย 50,0898 คน และพานักผิดกฎหมาย 120,118 คน (สถานะ ณ ต.ค. 2568) ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ มีภารกิจในการคุ้มครองดูแลคนไทยเป็นอันดับต้นของโลก

ซึ่งปัญหาแรงงานผิดกฎหมายไทยในเกาหลีใต้ยังคงไม่มีแนวโน้มว่าจะคลี่คลาย เนื่องจากแรงงานผิดกฎหมายเป็นที่ต้องการของนายจ้างในภาคธุรกิจ SMEs ภาคการผลิต การเกษตร ก่อสร้าง นั่นเอง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง