สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดรายงานวิจัยชี้ชะตาการศึกษาไทย เมื่อครูโรงเรียนขนาดเล็กต้องทำทุกอย่างตั้งแต่สอนยันซ่อมบำรุง พบครูกว่า 63% เผชิญภาวะชีวิตส่วนตัวพัง และสูญเสียเวลาเตรียมสอนให้งานเอกสาร
เปิดตัวเลขน่าตกใจจากงานวิจัย กสศ.
ผศ.ดร.สหวรัชญ์ พลหาญ ผอ.สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เผยข้อมูลความเหลื่อมล้ำที่สะท้อนผ่านภาระงานครู ดังนี้
- ครูโรงเรียนเล็กสอนเฉลี่ย 27.31 ชั่วโมง/สัปดาห์ สูงกว่ามาตรฐานกระทรวงศึกษาฯ ถึง 37.6% เนื่องจากวงจรความเหลื่อมล้ำของโรงเรียนเล็กที่มีทรัพยากรน้อยที่สุด แต่เป็นโรงเรียนที่ครูต้องแบกภาระมากที่สุด ส่งผลถึงนักเรียนยากจนในโรงเรียนเหล่านี้ ที่ควรได้รับการดูแลมากที่สุดกลับได้รับโอกาสน้อยที่สุด
- นอกจากนี้ยังพบว่า 5 อันดับภาระงานนอกเหนือการสอนที่ครูต้องใช้เวลามากที่สุดต่อภาคเรียน อันดับ 1 คืองานหัวหน้าสายชั้นหรือหัวหน้าระดับ ใช้เวลาสูงถึง 874 ชั่วโมง อันดับ 2 งานสำนักวิชาการ 777 ชั่วโมง อันดับ 3 งานประชาสัมพันธ์ 468 ชั่วโมง อันดับ 4 งานประกันคุณภาพ 438 ชั่วโมง อันดับ 5 งานบุคคล 414 ชั่วโมง
- อีกประเด็นที่ถูกสะท้อนว่าเป็นภาระหนักคือ งานที่ควรใช้เจ้าหน้าที่เฉพาะทาง โดยเฉพาะสามตำแหน่งงานสำคัญที่โรงเรียนควรมี คือ 1.นักประชาสัมพันธ์ (เขียนข่าว, ดูแลสื่อ) 2.ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง (ดูแลด้านโสต, อาคารสถานที่) และ 3.งานธุรการ/การเงิน (จัดการเอกสาร, พัสดุ) เนื่องจากต้องการความชำนาญเฉพาะด้าน หลายอย่างเกี่ยวข้องกับระเบียบกฎหมาย
- ชีวิตครู 63% ระบุว่าไม่มี Work-Life Balance และ 47.7% ยอมรับว่าภาระงานที่ล้นมือส่งผลกระทบต่อคุณภาพการสอนโดยตรง
ข้อเสนอแนะ: เลิกให้ครูทำทุกอย่าง จ้าง “มืออาชีพ” มาช่วย
ผลวิจัยเสนอทางออก 3 ระยะ เพื่อคืนครูสู่ห้องเรียนอย่างยั่งยืน
ระยะสั้น
1.ลดภาระงานไม่จำเป็น ตัดงานเอกสารซ้ำซ้อน ปรับลดลำดับความสำคัญของงานอื่น ๆ เพื่อให้งานสอนเป็นภารกิจอันดับหนึ่ง
2.กระจายงานอย่างเป็นธรรม เลี่ยงการมอบหลาย ๆ โครงการให้ครูเพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียว
3.แยกงานสนับสนุนจากงานครู โดยพิจารณาจ้างบุคลากรเฉพาะทาง เช่นงานธุรการ การเงิน พัสดุ ฯลฯ
ระยะกลาง (6-12 เดือน): ต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตครู ได้แก่
1.เพิ่มเวลาเตรียมสอน โดยลดชั่วโมงสอนต่อสัปดาห์ หรือจัดคาบว่างสำหรับการเตรียมสอนโดยเฉพาะ
2.ดูแลสุขภาพใจ ด้วยการจัดโปรแกรมสุขภาพจิต มีช่องทางให้คำปรึกษากับครู เพื่อป้องกันภาวะเครียดสะสม
3.สร้างสมดุลชีวิตและการทำงาน โดยกำหนดนโยบายงดติดต่องานนอกเวลาราชการอย่างจริงจัง
ระยะยาว (1-2 ปี): เพื่อแก้ปัญหาภาระงานครูอย่างยั่งยืน ได้แก่
1.ปฏิรูประบบราชการและโครงสร้างแบบเดิม นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาทดแทนงานเอกสาร
2.สร้างระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) เพื่อสนับสนุนครูใหม่ในการปรับตัว และการเผชิญความท้าทายต่าง ๆ
3.สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพวิชาชีพครู เพื่อให้ครูมีส่วนร่วมตัดสินใจ เพิ่มความรู้สึกเป็นเจ้าของ และเติมเต็มขวัญกำลังใจ