คัดลอก URL แล้ว
วิกฤต “ครูโรงเรียนเล็ก” แบกงานสอนเกินมาตรฐาน 37% พ่วงสารพัดหน้าที่จน Work-Life Balance พัง

วิกฤต “ครูโรงเรียนเล็ก” แบกงานสอนเกินมาตรฐาน 37% พ่วงสารพัดหน้าที่จน Work-Life Balance พัง

สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดรายงานวิจัยชี้ชะตาการศึกษาไทย เมื่อครูโรงเรียนขนาดเล็กต้องทำทุกอย่างตั้งแต่สอนยันซ่อมบำรุง พบครูกว่า 63% เผชิญภาวะชีวิตส่วนตัวพัง และสูญเสียเวลาเตรียมสอนให้งานเอกสาร

เปิดตัวเลขน่าตกใจจากงานวิจัย กสศ.

ผศ.ดร.สหวรัชญ์ พลหาญ ผอ.สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เผยข้อมูลความเหลื่อมล้ำที่สะท้อนผ่านภาระงานครู ดังนี้

ข้อเสนอแนะ: เลิกให้ครูทำทุกอย่าง จ้าง “มืออาชีพ” มาช่วย

ผลวิจัยเสนอทางออก 3 ระยะ เพื่อคืนครูสู่ห้องเรียนอย่างยั่งยืน

ระยะสั้น

1.ลดภาระงานไม่จำเป็น ตัดงานเอกสารซ้ำซ้อน ปรับลดลำดับความสำคัญของงานอื่น ๆ เพื่อให้งานสอนเป็นภารกิจอันดับหนึ่ง

2.กระจายงานอย่างเป็นธรรม เลี่ยงการมอบหลาย ๆ โครงการให้ครูเพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียว

3.แยกงานสนับสนุนจากงานครู โดยพิจารณาจ้างบุคลากรเฉพาะทาง เช่นงานธุรการ การเงิน พัสดุ ฯลฯ   

ระยะกลาง (6-12 เดือน): ต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตครู ได้แก่

1.เพิ่มเวลาเตรียมสอน โดยลดชั่วโมงสอนต่อสัปดาห์ หรือจัดคาบว่างสำหรับการเตรียมสอนโดยเฉพาะ

2.ดูแลสุขภาพใจ ด้วยการจัดโปรแกรมสุขภาพจิต มีช่องทางให้คำปรึกษากับครู เพื่อป้องกันภาวะเครียดสะสม

3.สร้างสมดุลชีวิตและการทำงาน โดยกำหนดนโยบายงดติดต่องานนอกเวลาราชการอย่างจริงจัง

ระยะยาว (1-2 ปี): เพื่อแก้ปัญหาภาระงานครูอย่างยั่งยืน ได้แก่

1.ปฏิรูประบบราชการและโครงสร้างแบบเดิม นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาทดแทนงานเอกสาร

2.สร้างระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) เพื่อสนับสนุนครูใหม่ในการปรับตัว และการเผชิญความท้าทายต่าง ๆ

3.สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพวิชาชีพครู เพื่อให้ครูมีส่วนร่วมตัดสินใจ เพิ่มความรู้สึกเป็นเจ้าของ และเติมเต็มขวัญกำลังใจ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง