นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความมั่นใจว่าเศรษฐกิจพ้นจากการดิ่งเหวแล้ว โดยบอกว่า ในเวลา 73 วันไม่ถึง 3 เดือน มั่นใจว่านโยบายเศรษฐกิจที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ช่วยกันทำ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยที่กำลังจะดิ่งเหว รถยนต์เครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย ที่ดิ่งลงมา วันนี้ติดลบแล้ว ถ้าไม่ทำอะไรเศรษฐกิจไทยจะดิ่งเหวทันที แต่ตอนนี้พ้นจากหล่มมาแล้ว
.
“ผมมั่นใจว่านโยบายเศรษฐกิจทุกอย่าง Quick Big Win ของเราทำให้รถยนต์เศรษฐกิจไทยที่ติดหล่ม พ้นจากหล่มแล้ว แต่ก็ยังไม่พอ เพราะอาจจะกลับมาตกใหม่ ท่ามกลางโลกที่ผันผวน สิ่งที่เราจะทำคือ พอท่านนายกมาให้โอกาสทำต่อ เพราะว่าจะต้องช่วยให้เศรษฐกิจไทยมันฟื้นได้ และจะช่วยทำให้เรากลับมามีความภูมิใจในเศรษฐกิจไทย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส ที่เราออกแบบมาเป็นนโยบายหาเสียงในครั้งนี้”
.
นายเอกนิติ นำเสนอนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส ที่ใช้ในการประกาศนโยบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย ด้วยว่า เพื่อให้คนทุกกลุ่มเพิ่มรายได้ คำว่า พลัส คือการบวกเพิ่ม คือเราจะทำให้เศรษฐกิจไทยในภาพใหญ่ รายได้เพิ่มขึ้น แต่รายได้แค่เพิ่มขึ้น ยังไม่พอ จะต้องกระจายตัวทุกคน ยกตัวอย่างมนุษย์เงินเดือน วันนี้คนที่มีรายได้ 20,000-30,000 บาท รายได้ไม่พอรายจ่าย ค่ากิน ค่าใช้ คนไทยเป็นหนี้เยอะ สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกคือ ต้องลดภาระที่ไปกินไปใช้ เพราะฉะนั้นโครงการคนละครึ่งพลัส ลดภาระชัดเจน โครงการโซล่าร์เซลล์ชุมชน ขายไฟฟ้าตรงให้ประชาชน โครงสร้างไฟฟ้าครัวเรือนใช้ไม่เกิน 200 หน่วย ราคาไม่เกิน 3 บาท/หน่วย ทำให้รายจ่ายค่าไฟ ซึ่งเป็นรายจ่ายจำเป็นจะลดลง
โครงการลดภาระที่สำคัญคือ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” หนี้ที่ไม่เกิน 1 แสนบาท มีอยู่ประมาณ 1 ล้านราย สามารถที่จะมาปิดหนี้ได้ตามความสามารถ เพื่อลดหนี้ ยืดหนี้ และถ้าจ่ายตรงเวลาจะได้ลดดอกเบี้ยให้ต่อไปอีก เพื่อต้องการให้กลับมาเป็นคนที่มีวินัยทางการเงิน เคยพลาดมาแล้ว แต่ต้องให้โอกาส ให้เรียนรู้ และสามารถกลับมากู้ใหม่ได้ โครงการที่เราจะทำช่วยเอสเอ็มอีคือ ลดภาษีเพื่อไม่กลัวในการเข้าสู่ระบบ แต่เมื่อรวยขึ้น ต้องแบ่งรายได้มาให้รัฐ เพื่อรัฐจะได้เอารายได้มาพัฒนาประเทศ
