คัดลอก URL แล้ว
“สฤษฏ์พงษ์”ปธ.กมธ.แรงงาน ห่วงใยภาคแรงงาน-ประชาชนภาคใต้

“สฤษฏ์พงษ์”ปธ.กมธ.แรงงาน ห่วงใยภาคแรงงาน-ประชาชนภาคใต้

27 พ.ย. 2568 นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ว่า เป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่รุนแรงหลายจังหวัด โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตนมองว่าการที่น้ำท่วมครั้งนี้ต้องได้รับบทเรียน ต้องถอดบทเรียน การปฏิรูประบบราชการ หรือการเตรียมการป้องกันภัยพิบัติอุทกภัย ต้องทบทวนกันใหม่แล้ว

“คนกระบี่ไปติดที่หาดใหญ่มาก กมธ.การแรงงานของผมก็ติด ต้องติดรถทหารไปสนามบิน 2-3 ชั่วโมงหนีน้ำไม่ทัน เด็กนักเรียน อดีตนายอำเภอ ข้าราชการ กลุ่มแม่บ้านก็ติดอยู่หลายร้อยคน ขณะนี้ทาง อบจ.กระบี่ ก็เตรียมรถบัสไปรับส่งคนกลับมา” นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าว

นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องรู้ที่มาของน้ำ อ.หาดใหญ่เป็นอ่างกระทะ สันเขื่อนที่ขวางทางน้ำไม่ว่าจะอยู่ที่กลางทะเลสาบหรือลงทะเลใหญ่ เราจะต้องระเบิดถนน เพื่อระบายน้ำให้ได้อย่างรวดเร็ว เรื่องนี้เครื่องหมายเครื่องมือของ จ.สงขลา และภาคส่วนต่างๆ ไม่เพียงพออย่างแน่นอน รัฐบาลต้องใช้วิธีการขอความร่วมมือจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 14 จังหวัดภาคใต้และภาคเอกชนเข้าช่วยเหลือ จะต้องแบ่งโซนนิ่งพื้นที่ สแกนตรอกซอกซอย โดยอุปสรรคตอนนี้คือน้ำไหลเชี่ยวมาก เรือท้องแบนเอาไม่อยู่ ต้องเอาเรือหางยาวเข้าไปใช้ เพราะสามารถโต้คลื่นในทะเลได้ เท่าที่ตนเห็น เวลาที่เรือเข้าไปช่วย ส่วนมากจะไปชนรถยนต์ที่จมน้ำอยู่ ทำให้เกิดอุบัติเหตุและความเสียหายอีก

นอกจากนี้ ยังมีข่าวที่คนน่าจะติดยายิงปืนเข้ามาใส่กู้ภัย ที่มาจากต่างจังหวัด ทำให้ต้องถอนกำลังออก ทำให้ประชาชนที่เขาบริสุทธิ์ไม่ได้รับความช่วยเหลือ สิ่งเหล่านี้ต้องแยกกันระหว่างคนที่มีพฤติกรรมที่ไม่ดีอาจจะติดยา เครียดและโมโหทำให้ยิงปืน

ส่วนที่สถานการณ์ล่าสุด น้ำเริ่มลดลงแล้ว สฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า เมื่อน้ำลด เหตุการณ์อาจจะหนักในรูปแบบอื่น ทั้งซึ่งความเสียหาย โคลนตม ผู้เสียชีวิต การเยียวยาทั้งสุขภาพกายและจิต ต้องดูแลทั้งหมด ช่วงที่เกิดเหตุ อาหารการกินก็ไม่มี เพราะไม่ได้ประเมินว่าหนักขนาดนี้ ดังนั้น ทุกหน่วยงานจะต้องเข้าไปช่วยฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ตนได้มีโอกาสพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็ได้เตรียมการที่จะเข้าไปช่วย

“ต้องให้กำลังใจนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มอบหมายให้รัฐมนตรีดูแลพื้นที่แต่ละจังหวัด ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก น้ำฝนไม่เคยมีมากขนาดนี้ เพราะฉะนั้น เรื่องการป้องกันผมคิดว่าจะต้องตั้งโจทย์ใหม่ ต้องมีงบประมาณเรื่องหน่วยกู้ภัย ให้ท้องถิ่นเข้ามาดูแล กระจายอำนาจ” นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าว

นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จะต้องมีการให้ความรู้ เสริมสร้างบุคลากรให้มีความพร้อม กรมอุตุนิยมวิทยาต้องมีความแม่นยำ แจ้งข่าว เตรียมการให้พร้อม ต้องมีการวางแผน วันนี้เราเสียหายมาก รถไม่ทราบว่ากี่พันคัน เรามีตัวอย่างให้เห็นในต่างประเทศ เช่น ประเทศสเปน ที่รถเสียหายกว่าหมื่นคัน ประชาชนเสียชีวิต 300-400 คน ตนเห็นกรณีหาดใหญ่แล้ว นึกถึง กทม. หากเกิดขึ้นบ้างจะเสียหายหนักกว่านี้ จึงได้เสนอเรื่องการสร้างเขื่อนน้ำทะเลหนุน

“เป็นบทเรียนที่ทางรัฐบาลต้องมีการทบทวนกันใหม่ฝ่ายการเมืองเราต้องดู ไม่ใช่แต่ละคนไปสร้างคอนเทนท์ เพื่อจะหาเสียง เพราะฉะนั้น ต้องรู้วิธีการแก้ปัญหาด้วยว่าวิธีการแบบนี้แก้ปัญหาอย่างไร ต้องเอาใจช่วยขอบคุณส่วนราชการทุกภาคส่วนและหน่วยกู้ชีพกู้ภัยจากทุกจังหวัด และขอให้กำลังใจคนที่ได้รับภัยพิบัติน้ำท่วม ให้กำลังใจรัฐบาลด้วยในการดูแลพี่น้องภาคใต้ทุกจังหวัดที่มีภัยพิบัติอุทกภัย” นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง