วันที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 12.45 น. ภายหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน กรณี การผลักดันปัญหาสแกมเมอร์เป็นวาระแห่งชาติ ว่า ได้แจ้งต่อที่ประชุม ครม. ไปแล้ววันนี้
ส่วนการตรวจสอบเส้นทางทางการเงินของบริษัท Prince Group ที่ขณะนี้หลายประเทศได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว ในส่วนของประเทศไทยนั้น นายกฯ กล่าวว่า ก็จะต้องตรวจสอบเบาะแส ซึ่งวันนี้ทางฑูตของสหรัฐอเมริกาได้เข้าพบและหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ เมื่อประชุม ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) เสร็จสิ้นแล้ว จะมีผู้เชี่ยวชาญให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ด้วย
เมื่อถามย้ำว่า จะมีการตรวจสอบบริษัท Prince Group แบบเจาะจงหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า จะตรวจสอบทุกราย
ส่วนที่มีกระแสว่าจะตั้งนายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานอนุกรรมการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ จนมีกระแสคัดค้านว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์นั้น นายกฯ ระบุว่า ตอนนี้ตนให้นายวรภัค ทำหนังสือชี้แจงมา ซึ่งทราบว่าจะมีการชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายวรภัค และคาดว่าจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และจะแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้นายกฯ รับทราบด้วย
ส่วนคณะรัฐมนตรีหลายคนมีรายชื่อที่อาจเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ถ้าคนไหนทำผิด ก็เป็นไปตามนั้น”
ทั้งนี้ นายกฯ ยืนยันว่ายังไม่มีการตั้งนายวรภัค หรือตั้งใครเป็นประธานอนุกรรมการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ ตอนนี้มีตนเป็นประธานการประชุม และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการคลัง ดูแลเรื่องการเงิน และพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ดูแลเรื่องการสอบสวน
เมื่อถามถึงการประชุม JBC ที่เกิดขึ้นในวันนี้ นายกฯ แจ้งว่า มีความคืบหน้าไปได้เรื่อย ๆ ซึ่งนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้แสดงท่าทีว่าจะลงนามสันติภาพกับไทยที่ประเทศมาเลเซียนั้น นายกฯ กล่าวว่า ส่วนของไทยมีประเด็นที่ได้เรียกร้องไป ซึ่งเราจะต้องบรรลุข้อตกลง 4 เงื่อนไข