วันที่ 30 กันยายน 2568 นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับรายงานว่าสถานการณ์น้ำของอำเภอน้ำปาด และอำเภอทองแสนขันฝนตกหนัก กว่าครั้งที่แล้ว ซึ่งมวลน้ำดังกล่าวจะลงพื้นที่อำเภอพิชัย จึงขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ ดำเนินการดังนี้
- แจ้งประชาสัมพันธ์เตือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะริมตลิ่งหรือพื้นที่ลาดเอียง ให้ทราบสถานการณ์
- เตรียมการขนย้ายผู้ป่วย กลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ไปอยู่ที่ปลอดภัย และขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย
- หากคาดว่าบ้านเรือนอยู่ไม่ปลอดภัยให้ย้ายออกไปอยู่ที่ปลอดภัยก่อนจนกว่าสถานการณ์จะปกติ เพื่อป้องกันความสูญเสียด้านชีวิตและทรัพย์สิน
- เตรียมพื้นที่ปลอดภัย เช่น ศาลาวัด โรงเรียน สำหรับอพยพพี่น้องประชาชนไปอยู่ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
- หากมีสถานการณ์ในพื้นที่ขอให้รายงานนายอำเภอ ปลัดอำเภอทราบอย่างต่อเนื่อง
ทางด้านนางสาวชาครียา เศรษเสรี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ แจ้งว่า ในช่วงตั้งแต่ เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกทั่วทั้งจังหวัดอุตรดิตถ์ ในช่วงตั้งแต่ 03.00 น.เป็นต้นมาได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ บ้านแพะ , ปางค้อ , น้ำลอก , ผักขวง , บ้านวังผาชัน และปางวุ้น รถไม่สามารถวิ่งผ่านไปได้ ในพื้นที่อำเภอทองแสนขัน ระดับน้ำสูงราว 1.5-2 เมตร บ้านนากกล่ำ ต.น้ำไคร้ อ.น้ำปาด , อำเภอท่าปลา ม. 2 ต.ท่าปลา และอ.ท่าปลา มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมฉับพลัน จำนวน 1 รายเป็นชาย
ขณะนี้เส้นทางจาก เขื่อนสิริกิติ์ จะไปอำเภอน้ำปาด รถเล็กไม่สามารถเดินทางได้เนื่องจากมีน้ำท่วมพื้นถนนบริเวณ ห้วยงาช้าง และยังมีดินสไลด์ปิดถนน เส้นทางบ้านน้ำไผ่ อ.น้ำปาด พื้นที่อำเภอน้ำปาด มีประชาชนต้องหลบหนี ขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน ถนนหมายเลข 117 พื้นที่อำเภอน้ำปาด ไปยังอำเภอทองแสนขัน รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ด้านอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและการพักแรมบริเวณลานสนชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย หลังในพื้นที่มีฝนตกหนัก ลมกรรโชกแรง และเสี่ยงต่อฟ้าผ่า อีกทั้งยังพบดินสไลด์ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลายจุด ทำให้ไม่สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย
ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดอุตรดิตถ์ (EOC) ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งจัดหาเรือเพื่ออพยพประชาชนไปยังจุดปลอดภัย และจัดเตรียมอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงสิ่งจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมประสานกรมทางหลวงซ่อมแซมเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ และแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่น้ำท่วมขังเพื่อความปลอดภัยทั้งนี้ จังหวัดอุตรดิตถ์ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และขอความร่วมมือประชาชนติดตามประกาศจากทางการอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง