วันที่ 23 มิถุนายน 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยสถานการณ์น้ำมัน หลังสภาฯ อิหร่านอนุมัติปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้สหรัฐอเมริกา จากเหตุการสู้รบระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ว่า วันนี้ได้เชิญทั้งผู้ประกอบการน้ำมัน คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือการสำรองน้ำมัน ซึ่งพบว่าการสำรองน้ำมันของประเทศไทยมีจำนวนมากกว่าการใช้ ซึ่งประเทศไทยมีสถานะประเทศส่งออกน้ำมันค้าปลีก ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาเอกชน และรัฐบาลทุกๆ ประเทศจะมีการออกนโยบายเก็บพลังงานไว้ภายในประเทศแทนการส่งออกให้มากขึ้น
ส่วนกรณีรัฐบาลประเทศกัมพูชาประกาศไม่นำเข้าน้ำมันจากเอกชนไทย นายพิชัย มองว่า เป็นข้อได้เปรียบของประเทศไทย และเป็นโอกาสดีในการเพิ่มสำรองน้ำมันเพื่อใช้ภายในประเทศมากขึ้น ยืนยันว่า การแก้ปัญหากัมพูชาตนไม่ได้นำการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำมันอยู่แล้ว แต่จะบริหารตามหลักเศรษฐศาสตร์ ดูปริมาณเข้า-ออกคบังน้ำมันเป็นหลัก มั่นใจเอกชน สามารถรองรับได้ทุกสถานการณ์
เมื่อถามว่า ปริมาณการน้ำเข้าน้ำมันของไทยในประเทศกัมพูชา มีจำนวนเท่าไหร่ นายพิชัย บอกว่า ผู้ประกอบการให้ข้อมูลว่ามีปริมาณไม่มากเท่าไหร่ และมองว่า ไม่ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการ เนื่องจากน้ำมันเป็นสินค้าเสรีที่ทุกประเทศต้องการ