
จากเหตุการณ์ ดินสไลด์ทับคนงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บริเวณปากซอยหลานหลวง 8 แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ
ทีมข่าวลงพื้นที่มาพูดคุยกับนายชาติ อายุ 41 ปี เพื่อนร่วมงาน ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะนั้นมีคนงานในที่เกิดเหตุประมาณ 7-8 คน ซึ่งทุกคนต่างก็อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละคน ขณะนั้น ผู้ที่ประสบเหตุกำลังขันน็อต ปิดเครื่องจักร เพื่อจะไปพักกลางวัน แต่จู่ๆ ดินก็เกิดสไลด์ยุบตัวจนทำให้ร่วงลงไปหลุม ที่มีขนาดลึก 19 เมตร
หลังจากนั้น คนงานคนอื่นๆ ก็รู้สึกตกใจ ทำอะไรไม่ถูก จึงได้แต่โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ
สำหรับโครงการนี้ ตนเพิ่งเข้าทำงานได้เพียงแค่ 10 วันเท่านั้น และก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีสัญญาณว่าดินจะสไลด์ยุบตัวมาก่อน ถึงแม้ว่าไม่กี่วันก่อนจะมีฝนตกหนักก็ตาม ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก
ส่วนเจ้าหน้าที่จราจรโครงการพระราชดำริ ที่โหนสลิงลงไปนั้นลงไปได้ประมาณ 10 เมตร พยายามเอามือคุ้ยดินภายในหลุมเพื่อให้ผู้ประสบภัยมีอากาศหายใจได้ แต่พบอุปสรรค คือดินมีลักษณะเหนียวประเมินแล้วคิดว่าสภาพพื้นที่มีความลึก จึงทำให้ลงไปได้เพียงแค่ 10 เมตร

ด้านนายเพ็ชร ภุมมา ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุในเวลา 12:30 น. ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุทันที เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็พบว่าทางเจ้าหน้าที่ได้มีการขุดดินบางส่วนออกมาแล้ว เมื่อสอบถามคนงานที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้ข้อมูลว่ามีคนงาน ชายไทย 1 คน ยืนอยู่บริเวณขอบบ่อ ก่อนที่ต่อมาเกิดดินสไลด์ทำให้ เจ้าตัวลื่นลงไปในบ่อดังกล่าว
ส่วนแนวทางการช่วยเหลือหลังจากนี้จะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ จะมีการกั้นชิทไพล์ป้องกันดินถล่มทั้ง 4 ด้าน บริเวณรอบบ่อดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ดินสไลด์ลงไปซ้ำ ส่วนเบื้องต้นที่มีการส่งเจ้าหน้าที่โหนสลิงลงไปในบ่อนั้นตนยังไม่ได้รับข้อมูล ซึ่งยอมรับว่าดินที่อยู่บริเวณด้านใต้นั้นเป็นลักษณะดินเลน ทราย ส่วนตัวเลยคิดว่าอาจจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดการทรุดตัวได้ง่าย
เมื่อถามว่าช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นมีฝนตกหนักอาจจะเป็นสาเหตุประกอบด้วยหรือไม่ นายเพ็ชร ตอบว่าไม่ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ยังมีความหวังอยู่หรือไม่ที่จะได้เจอกับผู้ประสบภัยแบบยังมีชีวิต นายเพ็ชร ระบุว่า “เวลามันผ่านมานานแล้ว”
เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู Usar Thailand รวมถึงมีภาคีเครือข่ายจากหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ทุกคนกำลังรวบรวมกำลังอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัย
จากนั้นเวลา 15:00 น. รถแบคโฮของเจ้าหน้าที่ ได้มีการตักดินกลบบริเวณรอบข้างของหลุมเกิดเหตุ ไม่ให้ดินสไลด์ลงมา เพราะบริเวณที่เกิดเหตุมีดินบางส่วนสไลด์ลงมาซ้ำ ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคในการทำงานอย่างมาก หลังจากนี้จะนำเหล็กชีทไพล์ยาว 16 เมตร มากั้นทุกด้านเพื่อป้องกันดินสไลด์อีกครั้ง
โดยขณะนี้ (15.30) ยังไม่สามารถช่วยเหลือ ผู้ประสบเหตุขึ้นมาได้