ภายจากที่อินเดียได้เปิด “ปฏิบัติการซินดูร์” โจมตีพื้นที่เป้าหมายในปากีสถาน โดยระบุว่า เป็นฐานของกลุ่มก่อการร้าย ที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุสังหารนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย เมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 พ.ค. 68) กองทัพปากีสถานได้ประกาศเปิดการโจมตีเพื่อตอบโต้อินเดียแล้ว ภายใช้ชื่อว่า ปฏิบัติการ Bunyan Marsoos และในขณะนี้ มีรายงานว่า ปากีสถานได้โจมตีอย่างน้อย 26 จุดในอินเดีย ส่งผลให้กองทัพอินเดียจำเป็นต้องเลื่อนการแถลงข่าวที่จะมีในเช้าวันนี้ ออกไปก่อน
มีรายงานอ้างว่า ปากีสถานได้ยิงขีปนาวุธ “ฟาตาห์ 1” อย่างน้อย 3 ลูกไปที่เป้าหมายในอินเดีย เพื่อโจมตีที่ตั้งทางทหารในอินเดีย และแคชเมียร์ ซึ่งในรายงานขณะนี้ มี 3 จุดด้วยกันคือ
- สถานที่เก็บขีปนาวุธ BrahMos ในเมือง Beas
- สนามบินในเมืองปาทานโกฏ
- ฐานทัพอากาศ ในเมืองอุดัมปุระ
โดยภายหลังจากที่กองทัพปากีสถานได้ประกาศเปิดปฏิบัติการตอบโต้ไปยังอินเดียนั้น หลายพื้นที่ในแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ ที่อยู่ภายใต้การปกครองของอินเดีย มีเสียงไซเรนดังขึ้น หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงระเบิดตามมาอีกครั้ง
นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นของปากีสถาน ยังอ้างว่า มีการโจมตีทางไซเบอร์ไปยังโครงข่ายไฟฟ้าของอินเดียด้วย แต่ยังคงไม่มีการยืนยันมาจากทางอินเดียแต่อย่างใดว่า มีการโจมตีเกิดขึ้นหรือไม่ และผลกระทบร้ายแรงมากขึ้นเพียงใด
อินเดียสวนกลับแล้ว
ภายหลังการโจมตีของปากีสถานฯ อินเดียได้เปิดฉากการโจมตีโต้กลับแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยโจมตีไปยังฐานทัพอากาศ 3 แห่งของปากีสถาน คือ
- ฐานทัพอากาศ Noor Khan
- ฐานทัพอากาศ Murid
- ฐานทัพอากาศ Shorkot
ทำให้สถานการณ์ในขณะนี้ มีความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้น
G7 เรียกร้องให้อินเดีย-ปากีสถานยับยั้งชั่งใจ
ทางด้านของกลุ่มประเทศ G7 ได้ออกมาเรียกร้องให้อินเดียและปากีสถานลดความรุนแรงลง และยับยั้งชั่งใจให้มากที่สุด พร้อมทั้งเปิดการเจรจากัน จากความขัดแย้งที่ส่อเค้ารุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาค
นอกจากนี้ กลุ่มประเทศ G7 ยังคงแสดงความกังวลต่อท่าทีของทั้งสองประเทศและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากทั้งสองประเทศ ต่างมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง